คู่มือการใช้งาน RestoHub
ฉบับสมบูรณ์ พร้อมภาพประกอบทุกขั้นตอน · ตรวจทานกับ RestoHub v1.0.0 build ปัจจุบัน · ปรับปรุงล่าสุด: 20 สิงหาคม 2569
คู่มือนี้อธิบายทุกหน้าจอและทุกฟังก์ชันการทำงานของแอป RestoHub โดยละเอียด แบบทีละขั้นตอนพร้อมภาพหน้าจอประกอบทุกจุดสำคัญ เขียนขึ้นสำหรับเจ้าของร้านอาหาร เชฟ และผู้จัดการร้านที่ต้องการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและติดตามยอดขายอย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคมาก่อน
สารบัญ
- RestoHub คืออะไร
- เริ่มต้นใช้งานครั้งแรก
- หน้าหลัก (Dashboard)
- คลังวัตถุดิบ (Inventory)
- รายการเบิกจ่าย/ปรับสต๊อก (Movement Ledger)
- เมนูอาหาร (Menu)
- บันทึกการขาย (Sales)
- การแจ้งเตือน (Alerts)
- วิเคราะห์ข้อมูล (Analytics)
- ผู้จำหน่ายและใบสั่งซื้อ (Purchasing)
- ตั้งค่า (Settings)
- วิธีใช้งานในแอปและสิ่งใหม่ล่าสุด
- เคล็ดลับการใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น
- ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล
1. RestoHub คืออะไร
RestoHub เป็นแอปจัดการคลังวัตถุดิบและต้นทุนอาหารสำหรับร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านอาหารข้างทาง 1 สาขา ออกแบบมาโดยยึดหลัก 3 ข้อที่ไม่เหมือนแอปจัดการร้านอาหารทั่วไปในท้องตลาด:
- ทำงานแบบออฟไลน์ 100% — ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานฟังก์ชันหลักใดๆ เลย ข้อมูลทั้งหมดเก็บอยู่ในเครื่องของคุณเท่านั้น
- ไม่มีระบบสมาชิก ไม่มีการเข้าสู่ระบบ — เปิดแอปแล้วใช้งานได้ทันที ไม่ต้องสมัครบัญชี ไม่ต้องยืนยันอีเมล
- ไม่มีค่าสมาชิกรายเดือน — จ่ายครั้งเดียว (หรือฟรี ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจำหน่าย) ไม่มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ต่างจากคู่แข่งในตลาดที่ส่วนใหญ่คิดค่าบริการ 200 เหรียญสหรัฐฯ ขึ้นไปต่อเดือน
RestoHub รองรับ 8 ภาษา: ไทย, English, 中文, 日本語, Tiếng Việt, Bahasa Melayu, Filipino, Bahasa Indonesia — สลับภาษาได้ทุกเมื่อในหน้าตั้งค่า
สิ่งที่ RestoHub ทำได้
| หมวด | ความสามารถหลัก |
|---|---|
| คลังวัตถุดิบ | ติดตามวัตถุดิบแบบแบ่งล็อต (batch) พร้อมวันหมดอายุ, ระบบ FEFO อัตโนมัติ, แจ้งเตือนสต๊อกต่ำ/ใกล้หมดอายุ, สแกนบาร์โค้ด, นับสต๊อกประจำงวด |
| สูตรอาหาร/ต้นทุน | คำนวณต้นทุนอาหารต่อจานแบบเรียลไทม์, สูตรกึ่งสำเร็จรูป (sub-recipe), เปรียบเทียบต้นทุนตามทฤษฎีกับตามจริง |
| ยอดขาย | บันทึกการขายพร้อมตัดสต๊อกอัตโนมัติตามสูตร, ประวัติการขายพร้อมตัวกรองช่วงเวลา |
| ผู้จำหน่าย/จัดซื้อ | จัดการรายชื่อผู้จำหน่าย, ใบสั่งซื้อครบวงจร (ร่าง → สั่งแล้ว → รับสินค้า) |
| วิเคราะห์ข้อมูล | กำไรขั้นต้น, ต้นทุนของเสีย, สัดส่วนยอดขาย, เมนูขายดี, ส่งออกรายงาน PDF พร้อมกราฟ |
| อื่นๆ | สำรอง/กู้คืนข้อมูล, โหมดมืด, แจ้งเตือนประจำวัน |
ใครควรใช้แอปนี้
เจ้าของร้านอาหารขนาดเล็กถึงกลาง 1 สาขา ที่ต้องการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบอย่างจริงจังโดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายซอฟต์แวร์รายเดือน — ไม่เหมาะกับร้านที่มีหลายสาขาที่ต้องการข้อมูลแบบรวมศูนย์ (RestoHub เก็บข้อมูลแยกเครื่องต่อเครื่อง โดยตั้งใจ)
2. เริ่มต้นใช้งานครั้งแรก
ขั้นตอนที่ 1 — เลือกภาษา
เมื่อเปิดแอปครั้งแรก จะพบหน้า "เลือกภาษาของคุณ" แสดงรายชื่อ 8 ภาษาด้วยชื่อภาษาต้นฉบับของแต่ละภาษาเอง (เช่น "ไทย", "日本語", "Tiếng Việt") เพื่อให้หาภาษาของตัวเองเจอได้แม้แอปจะแสดงเป็นภาษาอื่นอยู่
- แอปจะตรวจจับภาษาของอุปกรณ์คุณโดยอัตโนมัติและติ๊กเลือกไว้ล่วงหน้าให้แล้ว (ถ้าภาษาอุปกรณ์อยู่ใน 8 ภาษาที่รองรับ)
- แตะเลือกภาษาอื่นได้ทันทีถ้าต้องการ — หน้าจอจะเปลี่ยนภาษาให้เห็นทันทีโดยไม่ต้องรีสตาร์ทแอป
- กด "ดำเนินการต่อ" (Continue) เพื่อไปยังขั้นตอนถัดไป
ขั้นตอนที่ 2 — ดูคำแนะนำแอป (Onboarding)
หลังเลือกภาษาแล้ว จะพบหน้าจอแนะนำแอป 4 หน้า:
- ปัดซ้าย/ขวาเพื่อดูแต่ละหน้า หรือกด "ข้าม" (Skip) เพื่อเข้าแอปทันที
- เนื้อหาในแต่ละหน้าแนะนำแนวคิดหลักของแอป: การจัดการคลังวัตถุดิบ, สูตรอาหาร/ต้นทุน, บันทึกการขาย, และแนวคิด "ออฟไลน์ ไม่มีค่าสมาชิก"
- กด "เริ่มใช้งาน" ในหน้าสุดท้ายเพื่อเข้าแอป
หน้าจอนี้จะแสดงเพียงครั้งเดียว — เมื่อกด "เริ่มใช้งาน" แล้ว จะไม่แสดงอีกในการเปิดแอปครั้งต่อไป (เว้นแต่ล้างข้อมูลแอปทั้งหมด)
ขั้นตอนที่ 3 — ถึงหน้าหลัก
เมื่อผ่าน 2 ขั้นตอนข้างต้นแล้ว แอปจะพาไปที่หน้าหลัก (Dashboard) และจะเข้าหน้านี้ทุกครั้งที่เปิดแอปในอนาคต
3. หน้าหลัก (Dashboard)
หน้าหลักเป็นแท็บแรกในแถบเมนูด้านล่าง (ไอคอนรูปตาราง) เป็นภาพรวมของร้านในวันนี้

3.1 ส่วนหัว
โลโก้ RestoHub พร้อมคำทักทายที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน (เช่น "สวัสดีตอนเช้า", "ทำงานดึกๆ นะ") และวันที่ปัจจุบัน
3.2 การ์ดสถิติ (4 กลุ่ม)
- มูลค่าสต๊อกคงเหลือ — มูลค่ารวมของวัตถุดิบทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่ในคลัง คำนวณจากต้นทุนจริงของแต่ละล็อต แตะเพื่อไปหน้าคลังวัตถุดิบ
- ยอดขายวันนี้ — ยอดขายรวมของวันนี้ พร้อมกราฟเส้นเล็กๆ แสดงแนวโน้มยอดขาย 7 วันล่าสุด แตะเพื่อไปหน้าวิเคราะห์ข้อมูล
- กำไรขั้นต้นวันนี้ — ยอดขายลบต้นทุนวัตถุดิบตามจริงของวันนี้ (ยังไม่หักค่าแรง ค่าเช่า หรือค่าใช้จ่ายอื่น) แตะเพื่อไปหน้าวิเคราะห์ข้อมูล
- วัตถุดิบใกล้หมด / ใกล้หมดอายุ (2 การ์ดคู่กัน) — จำนวนรายการที่ต้องเฝ้าระวัง การ์ดจะมีสีพื้นหลังเน้นเมื่อมีรายการที่ต้องดูแล แตะเพื่อไปหน้าแจ้งเตือน
3.3 ปุ่มด่วน (Quick Actions)
- คลังวัตถุดิบ — ปุ่มหลักสีเขียว พาไปหน้ารายการวัตถุดิบ
- บันทึกการขาย — ปุ่มรองพาไปหน้าบันทึกการขายโดยตรง
3.4 "ต้องดูวันนี้"
รายการสรุปวัตถุดิบที่สต๊อกต่ำหรือใกล้หมดอายุ (สูงสุด 3 รายการต่อประเภท) แต่ละรายการแตะได้เพื่อไปหน้ารายละเอียดวัตถุดิบนั้นโดยตรง หากมีมากกว่าที่แสดง จะมีลิงก์ "ดูทั้งหมด (N)" ไปหน้าแจ้งเตือนแบบเต็ม หากไม่มีรายการใดต้องดู จะแสดงข้อความ "ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีรายการต้องดู" พร้อมเครื่องหมายถูกสีเขียว
3.5 ดึงหน้าจอลงเพื่อรีเฟรช
ดึงหน้าจอลงจากด้านบนเพื่อรีเฟรชข้อมูลทั้งหมดในหน้านี้ทันที (มีประโยชน์หลังจากบันทึกการขายหรือปรับสต๊อกจากอุปกรณ์อื่น หรือหลังกู้คืนข้อมูล)
4. คลังวัตถุดิบ (Inventory)
แท็บที่ 2 (ไอคอนตู้เย็น/กล่อง) — หัวใจหลักของแอป

4.1 รายการวัตถุดิบ
แสดงวัตถุดิบทั้งหมดจัดกลุ่มตามหมวดหมู่ (เช่น ผัก, เนื้อสัตว์, เครื่องปรุง) พร้อมจำนวนรายการในแต่ละหมวด แต่ละแถวแสดงชื่อวัตถุดิบ หมวดหมู่ หน่วยนับ จำนวนคงเหลือ พร้อมแถบสีแสดงระดับสต๊อก (เขียว = ปกติ, เหลือง/ส้ม = เฝ้าระวัง, แดง = ต่ำ) — สีเดียวกันนี้ใช้สอดคล้องกันทั่วทั้งแอป ไม่ว่าจะดูจากรายการ, หน้ารายละเอียด, หรือหน้าแจ้งเตือน
ฟังก์ชันในหน้านี้:
- ช่องค้นหา — พิมพ์ชื่อวัตถุดิบเพื่อกรองรายการทันที มีปุ่ม × ล้างคำค้นหาเมื่อพิมพ์แล้ว
- ชิปตัวกรองหมวดหมู่ — แตะเพื่อดูเฉพาะหมวดหมู่ที่สนใจ
- ปุ่มเรียงลำดับ — เรียงตามชื่อ หรือเรียงจากสต๊อกต่ำสุดก่อน
- ปัดซ้ายเพื่อเลิกใช้งาน (Archive) — วัตถุดิบที่เลิกใช้แล้วจะไม่ถูกลบถาวร แต่ถูกซ่อนจากรายการทั่วไป
- ไอคอนกระดิ่ง — มี badge ตัวเลขแสดงจำนวนการแจ้งเตือนทั้งหมด แตะเพื่อไปหน้าแจ้งเตือน
- ไอคอนสแกนบาร์โค้ด — เปิดกล้องสแกนบาร์โค้ดเพื่อค้นหาวัตถุดิบที่มีอยู่ หรือกรอกบาร์โค้ดให้วัตถุดิบใหม่
- เมนู "จัดการ" (สามจุด) — เข้าถึง 3 ฟังก์ชันเสริม: นับสต๊อกประจำงวด, ประวัติการเบิกจ่าย, ผู้จำหน่ายและใบสั่งซื้อ
- ปุ่ม + (มุมขวาล่าง) — เพิ่มวัตถุดิบใหม่
4.2 วิธีเพิ่มวัตถุดิบใหม่ — ทีละขั้นตอน

- แตะปุ่ม + ที่มุมขวาล่างของหน้ารายการวัตถุดิบ
- พิมพ์ชื่อวัตถุดิบ — ระบบจะแนะนำคำอัตโนมัติ (autocomplete) จากฐานข้อมูลวัตถุดิบทั่วไปกว่า 7,000 รายการต่อภาษา (รวมทุกภาษาที่รองรับ ไม่ผูกกับภาษาที่แอปแสดงอยู่ในขณะนั้น)
- พิมพ์หรือเลือกหมวดหมู่ — มีคำแนะนำอัตโนมัติเช่นกัน ทั้งจากรายการมาตรฐานและหมวดหมู่ที่ร้านคุณเคยใช้แล้ว
- เลือกหน่วยนับจากรายการหน่วยมาตรฐาน (กก., กรัม, ลิตร, มล., ชิ้น ฯลฯ)
- กรอกจุดแจ้งเตือนสต๊อกต่ำ (Min Stock) — เมื่อสต๊อกคงเหลือต่ำกว่าค่านี้ ระบบจะแจ้งเตือน ตั้งเป็น 0 เพื่อปิดการแจ้งเตือนสต๊อกต่ำสำหรับวัตถุดิบนั้นโดยเฉพาะ
- (ไม่บังคับ) แตะขยาย "ตัวเลือกเพิ่มเติม" เพื่อกรอกต้นทุนอ้างอิงต่อหน่วย, บาร์โค้ด, และสารก่อภูมิแพ้ (เลือกได้หลายรายการจาก 9 ประเภทมาตรฐาน)
- กด "บันทึก" (Save)

หากแก้ไขวัตถุดิบที่มีข้อมูลในส่วนตัวเลือกเพิ่มเติมอยู่แล้ว ส่วนนี้จะขยายให้เห็นอัตโนมัติ ไม่ต้องกดขยายเอง ระบบจะเตือน (ไม่บล็อก) หากชื่อวัตถุดิบซ้ำกับที่มีอยู่แล้ว
4.3 หน้ารายละเอียดวัตถุดิบ

แตะที่วัตถุดิบใดๆ ในรายการเพื่อเข้าหน้านี้ ประกอบด้วย:
- การ์ดหัวเรื่อง — ไอคอน, ชื่อ, หมวดหมู่, จำนวนคงเหลือรวม พร้อมแถบสีสถานะเดียวกับหน้ารายการ
- ป้ายสารก่อภูมิแพ้ (ถ้ามี)
- แถวปุ่มการทำงาน: รับวัตถุดิบเข้า, เบิกใช้/ปรับสต๊อก, และ "ผลิต" (ปุ่มที่ 3 จะปรากฏเฉพาะเมื่อวัตถุดิบนี้มีการตั้งสูตรกึ่งสำเร็จรูปไว้แล้ว)
- รายการล็อต (Batches) — แสดงล็อตวัตถุดิบที่ยังไม่หมด เรียงตามลำดับ FEFO ล็อตที่ระบบจะดึงไปใช้ก่อนตามกฎ FEFO จะมีป้าย "ใช้ก่อน" สีเขียวกำกับไว้ให้เห็นชัดเจน แต่ละล็อตแสดงแถบ % คงเหลือ, วันหมดอายุ (ถ้ามี), ต้นทุนต่อหน่วยของล็อตนั้น
- ประวัติการเคลื่อนไหว (Movements) — รายการรับเข้า/เบิกออก/ขาย/ปรับสต๊อกล่าสุดของวัตถุดิบนี้
- ไอคอนใบเสร็จ — ปรากฏเมื่อวัตถุดิบนี้ถูกตั้งเป็นสูตรกึ่งสำเร็จรูปแล้ว แตะเพื่อแก้ไขสูตร
4.4 วิธีรับวัตถุดิบเข้าคลัง — ทีละขั้นตอน

- จากหน้ารายละเอียดวัตถุดิบ แตะปุ่ม "รับวัตถุดิบเข้า" (Receive)
- กรอกจำนวนที่รับ
- (ไม่บังคับ) แตะเลือกวันหมดอายุจากตัวเลือกวันที่แบบปฏิทิน — แนะนำให้กรอกทุกครั้งกับของที่เสียง่าย เพราะระบบ FEFO ต้องใช้วันนี้ในการจัดลำดับ
- (ไม่บังคับ) กรอกต้นทุนต่อหน่วยของล็อตนี้ — หากเว้นว่าง ระบบจะใช้ต้นทุนอ้างอิงของวัตถุดิบแทนในการคำนวณมูลค่า ระหว่างพิมพ์ ฟอร์มจะแสดงตัวอย่างยอดรวมแบบเรียลไทม์
- (ไม่บังคับ) กรอกหมายเหตุ
- กด "บันทึก"
4.5 วิธีเบิกใช้ / ปรับสต๊อก — ทีละขั้นตอน

ใช้บันทึกการเคลื่อนไหวสต๊อกที่ไม่ใช่การขายผ่านระบบบันทึกการขาย
- จากหน้ารายละเอียดวัตถุดิบ แตะปุ่ม "เบิกใช้/ปรับสต๊อก" (Withdraw/Adjust)
- เลือกประเภทการเคลื่อนไหว 1 ใน 4 แบบ: เบิกใช้ (ใช้ในครัวโดยไม่ผูกกับเมนูที่ขาย), ของเสีย (วัตถุดิบเสียหาย/หมดอายุ/ทำตก), ปรับลด (แก้ไขจำนวนให้น้อยลง), ปรับเพิ่ม (แก้ไขจำนวนให้มากขึ้น)
- กรอกจำนวน
- กรอกหมายเหตุ (แนะนำให้ระบุเหตุผลทุกครั้งโดยเฉพาะรายการของเสีย เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์ภายหลัง)
- กด "บันทึก" — ระบบจะดึงจากล็อตตามกฎ FEFO โดยอัตโนมัติสำหรับรายการเบิกออกทุกประเภท
4.6 วิธีสแกนบาร์โค้ด — ทีละขั้นตอน

- แตะไอคอนสแกน (รูปบาร์โค้ด) จากหน้ารายการวัตถุดิบ
- อนุญาตสิทธิ์กล้องหากถูกถามครั้งแรก
- เล็งกล้องให้บาร์โค้ดอยู่ในกรอบกลางจอ — แตะไอคอนไฟฉายได้หากแสงไม่พอ
- ระบบจะสแกนอัตโนมัติ: ถ้าพบวัตถุดิบที่ผูกบาร์โค้ดนี้ไว้แล้ว จะพาไปหน้ารายละเอียดวัตถุดิบนั้นทันที ถ้าไม่พบ จะเสนอให้สร้างวัตถุดิบใหม่พร้อมกรอกบาร์โค้ดนี้ให้อัตโนมัติ
4.7 วิธีตั้งสูตรและผลิตวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป — ทีละขั้นตอน
สำหรับวัตถุดิบที่ร้านทำเองจากวัตถุดิบอื่น เช่น ซอส, น้ำสต๊อก, แป้งเตรียม

ขั้นที่ 1 — ตั้งสูตร (ทำครั้งเดียวต่อวัตถุดิบ):
- เปิดหน้ารายละเอียดของวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป (เช่น "น้ำพริกแกง")
- แตะไอคอนใบเสร็จมุมขวาบน
- แตะ "เพิ่มวัตถุดิบในสูตร" (Add ingredient to recipe)
- เลือกวัตถุดิบดิบที่ใช้ (ค้นหาได้) และกรอกปริมาณที่ใช้ต่อ 1 หน่วยผลิต
- ทำซ้ำขั้นที่ 3-4 จนครบทุกวัตถุดิบดิบในสูตร
- กด "บันทึกสูตร" (Save recipe)
เมื่อตั้งสูตรแล้ว ปุ่ม "ผลิต" จะปรากฏในหน้ารายละเอียดวัตถุดิบนั้นทันที
ขั้นที่ 2 — ผลิต (ทำทุกครั้งที่ต้องการผลิตจริง):

- จากหน้ารายละเอียดวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป แตะปุ่ม "ผลิต" (Produce)
- กรอกจำนวนที่ต้องการผลิต — หน้าจอจะแสดงตารางเปรียบเทียบวัตถุดิบที่ต้องใช้ vs ที่มีอยู่จริงแบบสีทันที (สีแดง = ไม่พอ ให้ไปรับวัตถุดิบดิบเพิ่มก่อน)
- (ไม่บังคับ) เลือกวันหมดอายุของล็อตที่จะผลิต และกรอกหมายเหตุ
- กด "บันทึกการผลิต" (Save production) — ระบบจะดึงวัตถุดิบดิบออกจากคลังตามกฎ FEFO, คำนวณต้นทุนจริงจากล็อตที่ดึงมาใช้จริง, และสร้างล็อตใหม่ของวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปพร้อมต้นทุนต่อหน่วยที่คำนวณได้อัตโนมัติ
4.8 วิธีนับสต๊อกประจำงวด (Stocktake) — ทีละขั้นตอน

ใช้เมื่อต้องการนับสต๊อกจริงทั้งร้านเทียบกับตัวเลขในระบบ
- จากหน้ารายการวัตถุดิบ แตะเมนู "จัดการ" (สามจุด) → "นับสต๊อกประจำงวด"
- ใช้ช่องค้นหาเพื่อหาวัตถุดิบเร็วขึ้นเมื่อรายการเยอะ (ไม่บังคับ)
- กรอก "คุณนับได้เท่าไหร่" เฉพาะรายการที่ต้องการปรับ (ช่องที่เว้นว่างไว้จะไม่ถูกแตะต้อง)
- กด "บันทึก" — ระบบจะสร้างรายการปรับเพิ่ม/ปรับลดให้อัตโนมัติตามผลต่างระหว่างตัวเลขที่นับได้กับตัวเลขในระบบ
4.9 ระบบ FEFO คืออะไร (First-Expired, First-Out)
RestoHub บังคับใช้กฎ FEFO — ล็อตที่ใกล้หมดอายุที่สุดจะถูกดึงไปใช้ก่อนเสมอ ทุกครั้งที่มีการเบิกออกไม่ว่าจะเป็นการเบิกใช้ด้วยมือ, บันทึกของเสีย, ปรับสต๊อกลด, หรือการขาย — ล็อตที่ไม่มีวันหมดอายุระบุไว้จะถูกดึงไปใช้เป็นลำดับสุดท้าย (หลังล็อตที่มีวันหมดอายุทั้งหมด) นี่คือเหตุผลที่การกรอกวันหมดอายุตอนรับของมีประโยชน์จริง ไม่ใช่แค่ข้อมูลสวยงาม — มันช่วยป้องกันของเสียจากการถูกลืมไว้หลังตู้เย็น
5. รายการเบิกจ่าย/ปรับสต๊อก (Movement Ledger)

เข้าถึงผ่านเมนู "จัดการ" → "ประวัติการเบิกจ่าย" ในหน้าคลังวัตถุดิบ แสดงประวัติการเคลื่อนไหวสต๊อกทั้งหมดของทุกวัตถุดิบรวมกันในที่เดียว (ต่างจากหน้ารายละเอียดวัตถุดิบที่แสดงเฉพาะของรายการนั้น) แต่ละแถวมีไอคอนและสีตามประเภท (รับเข้า/เบิกใช้/ของเสีย/ขาย/ปรับสต๊อก)
วิธีส่งออกเป็น CSV — ทีละขั้นตอน:
- (ไม่บังคับ) แตะตัวกรองช่วงวันที่เพื่อจำกัดช่วงที่ต้องการ
- แตะไอคอนส่งออกมุมขวาบน
- เลือกแอปปลายทางจากเมนูแชร์ของระบบปฏิบัติการ (เช่น อีเมล, Google Drive)
- ไฟล์ CSV ที่ได้เปิดใน Excel/Google Sheets ได้ทันที
6. เมนูอาหาร (Menu)
แท็บที่ 3 (ไอคอนช้อนส้อม)

6.1 รายการเมนู
แสดงเมนูอาหารทั้งหมดจัดกลุ่มตามหมวดหมู่ (เช่น อาหารจานหลัก, ของหวาน, เครื่องดื่ม) แต่ละแถวแสดงชื่อ, ราคาขาย, และป้ายเปอร์เซ็นต์ต้นทุนอาหารสีเขียว/เหลือง/แดง (เขียว <30%, เหลือง 30-35%, แดง >35%) — แถวที่มีต้นทุนอยู่ในโซนแดงจะมีพื้นหลังโทนแดงอ่อนเน้นให้สังเกตง่ายเมื่อไล่ดูทั้งรายการ เมนูที่ยังไม่มีการตั้งสูตรจะแสดงป้าย "ยังไม่มีสูตร" แทนเปอร์เซ็นต์
ฟังก์ชันในหน้านี้: ช่องค้นหาเมนู, ปุ่มเรียงลำดับ (ชื่อ/ราคา/เปอร์เซ็นต์ต้นทุนอาหาร), ปัดซ้ายเพื่อเลิกใช้งานเมนู, ไอคอนประวัติการขาย, ปุ่ม + เพิ่มเมนูใหม่
6.2 วิธีเพิ่มเมนูใหม่ — ทีละขั้นตอน
- แตะปุ่ม + ที่มุมขวาล่าง
- พิมพ์ชื่อเมนู (มีคำแนะนำอัตโนมัติจากเมนูที่ร้านเคยเพิ่มไว้แล้ว)
- พิมพ์หรือเลือกหมวดหมู่ (มีคำแนะนำอัตโนมัติเช่นกัน)
- กรอกราคาขาย (มีสัญลักษณ์ ฿ นำหน้าช่องกรอก)
- กด "บันทึก" — ระบบจะพาไปหน้าตั้งสูตรอาหารต่อทันที
6.3 วิธีตั้งสูตรอาหารและดูต้นทุน — ทีละขั้นตอน

หน้าที่สำคัญที่สุดสำหรับการควบคุมต้นทุน
- จากหน้ารายละเอียดเมนู แตะ "แก้ไขสูตรอาหาร"
- แตะ "เพิ่มวัตถุดิบ" เลือกวัตถุดิบที่ใช้ (ค้นหาได้) และกรอกปริมาณต่อ 1 จาน (รองรับการแปลงหน่วย เช่น กรัม↔กก., มล.↔ลิตร)
- ทำซ้ำขั้นที่ 2 จนครบทุกวัตถุดิบในสูตร — ด้านบนของหน้าจะแสดง "ต้นทุนต่อจาน: ฿X (Y%)" อัปเดตทันทีทุกครั้งที่เพิ่ม/แก้ไข/ลบวัตถุดิบ
- ตรวจดูป้ายสารก่อภูมิแพ้รวมที่ด้านล่างสุด (รวมจากทุกวัตถุดิบที่มีการระบุสารก่อภูมิแพ้ไว้ คำนวณสดทุกครั้งที่เปิดหน้านี้)
- กด "บันทึกสูตร"
7. บันทึกการขาย (Sales)
7.1 วิธีบันทึกการขาย — ทีละขั้นตอน

- เข้าหน้านี้จากปุ่มด่วนในหน้าหลัก หรือไอคอนในหน้าเมนู
- แตะ + ข้างเมนูที่ขายเพื่อเพิ่มจำนวน (แถวที่มีจำนวนมากกว่า 0 จะถูกเน้นสี พร้อมแสดงยอดรวมย่อยของแถวนั้น) — ใช้ − ลดจำนวนได้
- ทำซ้ำสำหรับทุกเมนูในบิลนี้ — แถบด้านล่างแสดงจำนวนรายการทั้งหมดและยอดรวมทั้งบิลตลอดเวลา
- กด "บันทึกการขาย" — ระบบจะบันทึกรายการขาย และตัดสต๊อกวัตถุดิบตามสูตรของแต่ละเมนูโดยอัตโนมัติผ่านกฎ FEFO — ไม่ต้องไปเบิกจ่ายด้วยมือซ้ำอีก
หากวัตถุดิบไม่พอสำหรับสูตร ระบบจะแจ้งเตือนและไม่ยอมบันทึกการขายนั้น (ป้องกันการขายเมนูที่ทำไม่ได้จริง) มีปุ่ม "ล้างทั้งหมด" ที่แถบด้านบนเมื่อมีรายการค้างอยู่ในตะกร้า เพื่อเริ่มบิลใหม่ได้เร็ว
7.2 ประวัติการขาย

แสดงรายการขายทั้งหมด พร้อมตัวกรองช่วง 7 วัน / 30 วันล่าสุด และการ์ดสรุปยอดรวม+จำนวนบิลของช่วงที่เลือก แต่ละบิลกดขยายดูรายการเมนูที่ขายในบิลนั้นได้ ไอคอนส่งออกส่งออกประวัติการขายทั้งหมดเป็น CSV
8. การแจ้งเตือน (Alerts)

เข้าถึงผ่านไอคอนกระดิ่งในหน้าคลังวัตถุดิบ หรือการ์ดในหน้าหลัก แบ่งเป็น 2 ส่วน:
- วัตถุดิบใกล้หมด — วัตถุดิบที่คงเหลือต่ำกว่าจุดแจ้งเตือนที่ตั้งไว้ แสดงจำนวนคงเหลือเทียบกับจุดแจ้งเตือน
- ใกล้หมดอายุ — ล็อตที่จะหมดอายุภายในจำนวนวันที่ตั้งไว้ในหน้าตั้งค่า (ค่าเริ่มต้น 3 วัน) แสดงจำนวนวันที่เหลือ
หากทั้งสองส่วนไม่มีรายการเลย จะแสดงข้อความ "ทุกอย่างเรียบร้อยดี" เพียงครั้งเดียว แต่ละรายการแตะเพื่อไปหน้ารายละเอียดวัตถุดิบนั้นโดยตรง
9. วิเคราะห์ข้อมูล (Analytics)
แท็บที่ 4 (ไอคอนกราฟแท่ง) — ศูนย์รวมข้อมูลเชิงลึกสำหรับการตัดสินใจเชิงธุรกิจ

9.1 ตัวเลือกช่วงเวลา
แถบเลือกช่วงเวลาด้านบนสุด: 7 วันล่าสุด, 30 วันล่าสุด, สัปดาห์นี้, เดือนนี้, และกำหนดเอง (เปิดตัวเลือกปฏิทินแบบช่วงวันที่) ทุกการ์ด/กราฟในหน้านี้จะอัปเดตตามช่วงเวลาที่เลือกพร้อมกัน
9.2 กำไรขั้นต้น (Gross Profit)
การ์ดแรกแสดงกำไรขั้นต้น = ยอดขาย − ต้นทุนวัตถุดิบตามจริง พร้อมอัตรากำไรขั้นต้น (%), ยอดขายและต้นทุนแยกบรรทัด, และเปรียบเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้าที่มีความยาวเท่ากัน แสดงเป็น "เพิ่มขึ้น/ลดลง ฿X จากช่วงก่อนหน้า" พร้อมสีเขียว/แดงตามทิศทาง
9.3 กราฟแนวโน้มตามวัตถุดิบ — วิธีใช้
- เลือกมุมมองผ่านปุ่มสลับ 3 แบบ: การใช้วัตถุดิบ, สต๊อกคงเหลือ, เมนูขายดี
- แตะช่องค้นหาแบบเลือกจากรายการเพื่อเลือกวัตถุดิบที่สนใจ
- ดูกราฟแนวโน้มรายวันของวัตถุดิบนั้นในช่วงเวลาที่เลือก — แตะที่จุดบนกราฟเพื่อดูค่าตัวเลขของวันนั้น
9.4 ภาพรวมร้าน (Store-wide)
- ต้นทุนตามทฤษฎี vs ตามจริง — เทียบต้นทุนที่ "ควรจะเป็น" ตามสูตรอาหารกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงจากบันทึกทั้งหมด ส่วนต่างที่มากผิดปกติมักบ่งชี้ถึงการเสิร์ฟเกินสัดส่วน, การลืมบันทึกของเสีย, หรือการรั่วไหลอื่นๆ
- สรุปของเสีย — มูลค่าของเสียโดยประมาณและจำนวนรายการในช่วงเวลาที่เลือก
- สัดส่วนยอดขายตามหมวดหมู่เมนู — กราฟวงกลม (โดนัท) แสดงสัดส่วนรายได้แยกตามหมวดหมู่เมนู
9.5 รายงานสรุปละเอียด (Detailed Summary)

แตะไอคอนตารางเพื่อเข้าหน้านี้ — แสดงตารางเต็มรูปแบบของทุกวัตถุดิบ (ปริมาณที่ใช้ไป, ต้นทุนจริง) และทุกเมนู (จำนวนที่ขาย, รายได้, ต้นทุนอาหาร, อัตรากำไรขั้นต้น%) ในช่วงเวลาที่เลือก เรียงจากมูลค่าสูงสุดไปต่ำสุด
9.6 วิธีส่งออกรายงาน PDF — ทีละขั้นตอน
- จากหน้า Analytics หรือหน้า Detailed Summary แตะไอคอน PDF ที่มุมขวาบน
- รอสักครู่ให้ระบบสร้างรายงาน — ไฟล์ PDF จะมีหลายหน้า ประกอบด้วยสรุปภาพรวม, แนวโน้มยอดขายรายวัน, สัดส่วนยอดขาย, กำไรขั้นต้น/ต้นทุนตามทฤษฎีเทียบตามจริง/ของเสีย, และตารางรายละเอียดเต็มรูปแบบ
- เลือกแอปปลายทางจากเมนูแชร์ของระบบปฏิบัติการเพื่อบันทึกหรือส่งต่อไฟล์
รายงานรองรับข้อความภาษาไทยและภาษาอื่นในกลุ่มอักษรละติน/ไทยได้สมบูรณ์ (ชื่อวัตถุดิบ/เมนูที่พิมพ์เป็นภาษาจีนหรือญี่ปุ่นอาจแสดงเป็นช่องว่างในไฟล์ PDF โดยเฉพาะ — ไม่กระทบการแสดงผลในแอปเอง)
10. ผู้จำหน่ายและใบสั่งซื้อ (Purchasing)
เข้าถึงผ่านเมนู "จัดการ" (สามจุด) ในหน้าคลังวัตถุดิบ → "ผู้จำหน่ายและใบสั่งซื้อ" — ไม่ได้อยู่ในแถบเมนูหลักด้านล่าง เพราะเป็นฟังก์ชันเสริมที่ไม่ใช่ทุกร้านจะใช้
10.1 ผู้จำหน่าย

รายชื่อผู้จำหน่ายวัตถุดิบ พร้อมเบอร์โทรและหมายเหตุ (ไม่บังคับ) มีช่องค้นหา และปุ่มเลิกใช้งาน (archive) แบบเดียวกับวัตถุดิบ/เมนู แตะปุ่ม + เพื่อเพิ่มผู้จำหน่ายใหม่
10.2 ใบสั่งซื้อ — วงจรการทำงาน 3 สถานะ ทีละขั้นตอน

สถานะที่ 1 — ร่าง (Draft):
- จากหน้ารายการใบสั่งซื้อ แตะปุ่ม +
- เลือกผู้จำหน่าย
- เพิ่มรายการวัตถุดิบที่ต้องการสั่ง พร้อมจำนวนที่สั่งและต้นทุนต่อหน่วยที่คาดไว้ (ทำซ้ำได้หลายรายการ)
- กด "บันทึกร่าง" — ยังแก้ไขได้อิสระในสถานะนี้
สถานะที่ 2 — สั่งแล้ว (Ordered):

- เปิดใบสั่งซื้อร่างที่สร้างไว้ กด "ยืนยันสั่งซื้อ" (Mark ordered) เมื่อสั่งซื้อจริงกับผู้จำหน่ายแล้ว — ใบจะล็อกไม่ให้แก้ไขรายการอีก
สถานะที่ 3 — รับสินค้าแล้ว (Received):

- เมื่อของมาส่งจริง เปิดใบสั่งซื้อแล้วแตะ "รับสินค้า" (Receive)
- กรอก "จำนวนที่รับจริง" และ "ราคาต่อหน่วยจริง" ของแต่ละรายการ — ตัวเลขที่รับจริงนี้ต่างหากที่ใช้ปรับปรุงสต๊อกจริง ไม่ใช่ตัวเลขที่สั่งไว้ตอนแรก

- กด "ยืนยันรับสินค้า" — จะมีกล่องสรุปรายการจำนวน/หน่วยให้ตรวจทานอีกครั้งก่อนยืนยันจริง กด "ยืนยัน" เพื่อปรับปรุงสต๊อกจริง หรือ "ยกเลิก" เพื่อกลับไปแก้ไขตัวเลขก่อน
หน้ารายการใบสั่งซื้อมีชิปกรองตามสถานะ (ทั้งหมด/ร่าง/สั่งแล้ว/รับสินค้าแล้ว) แต่ละใบแสดงป้ายสีสถานะ และหน้ารายละเอียดแสดงไทม์ไลน์เต็ม (สร้างเมื่อ → สั่งเมื่อ → รับเมื่อ)
11. ตั้งค่า (Settings)
แท็บที่ 5 (ไอคอนเฟือง) — สุดท้ายในแถบเมนูด้านล่าง

11.1 การแจ้งเตือน
- ระยะเวลาแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนหมดอายุ — ปรับได้ 1-30 วัน กำหนดว่าล็อตจะถูกนับเป็น "ใกล้หมดอายุ" กี่วันก่อนวันหมดอายุจริง
- แจ้งเตือนเมื่อสต๊อกต่ำ และ แจ้งเตือนเมื่อวัตถุดิบใกล้หมดอายุ — สวิตช์เปิด/ปิดแยกกัน ควบคุมการแจ้งเตือนแบบ push notification ประจำวันนอกแอป
- เวลาแจ้งเตือนประจำวัน — กำหนดเวลาที่จะได้รับ push notification (ค่าเริ่มต้น 08:00)
11.2 การแสดงผล
- โหมดมืด (Dark Mode) — สวิตช์เปิด/ปิด มีผลทันทีทั้งแอป
- ภาษา — แตะเพื่อเปิดหน้าต่างเลือกภาษา มีตัวเลือกพิเศษ "ตามอุปกรณ์" (System default) ให้แอปตามการตั้งค่าภาษาของเครื่องโดยอัตโนมัติเสมอ
วิธีเปลี่ยนภาษา — ทีละขั้นตอน:
- จากหน้าตั้งค่า แตะแถว "ภาษา"
- เลื่อนดูรายการ 8 ภาษา (แต่ละภาษาแสดงด้วยชื่อภาษาต้นฉบับของตัวเอง)
- แตะภาษาที่ต้องการ — แอปเปลี่ยนภาษาทันทีทุกหน้าจอ ไม่ต้องรีสตาร์ท


11.3 ข้อมูล
วิธีสำรองข้อมูล — ทีละขั้นตอน:
- แตะแถว "สำรองข้อมูล" (Back up data)
- รอสักครู่ให้ระบบสร้างไฟล์สำรอง (ฐานข้อมูล SQLite ทั้งไฟล์)
- เลือกแอปปลายทางจากเมนูแชร์ของระบบปฏิบัติการ — เลือกบันทึกไป Google Drive, LINE, อีเมล หรือที่ใดก็ได้ที่คุณต้องการ
วิธีกู้คืนข้อมูล — ทีละขั้นตอน:
- แตะแถว "กู้คืนข้อมูล" (Restore data)
- เลือกไฟล์สำรองจากอุปกรณ์ — ระบบจะตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์ก่อนเสมอก่อนแตะต้องข้อมูลจริงในเครื่อง
- เมื่อกู้คืนสำเร็จ กดปุ่ม "ปิดแอปเพื่อกู้คืน" ที่ปรากฏขึ้นทันที — ต้องปิดแอปแล้วเปิดใหม่ข้อมูลจึงจะแสดงถูกต้อง
11.4 เกี่ยวกับแอป
- วิธีใช้งาน — เปิดหน้าคู่มือในแอป (ดูหัวข้อ 12)
- สิ่งใหม่ล่าสุด — ประวัติการอัปเดตแอปแบบอ่านง่าย (ดูหัวข้อ 12)
- แนะนำฟีเจอร์ — เปิดเบราว์เซอร์ไปยังหน้าเว็บสำหรับส่งข้อเสนอแนะฟีเจอร์ใหม่
- ข้อมูลเวอร์ชันแอปและโลโก้

12. วิธีใช้งานในแอปและสิ่งใหม่ล่าสุด
นอกจากคู่มือฉบับนี้ ตัวแอปเองมีหน้า "วิธีใช้งาน" ในตัว (Settings → เกี่ยวกับแอป → วิธีใช้งาน) เป็นข้อมูลอ้างอิงแบบพับ/ขยายทีละหัวข้อ (~15 หัวข้อ) ครอบคลุมทุกฟังก์ชันด้วยคำศัพท์เดียวกับที่ใช้ในแอปจริง เหมาะสำหรับเปิดดูเร็วๆ ระหว่างใช้งานจริง โดยไม่ต้องออกจากแอปมาเปิดคู่มือฉบับนี้

หน้า "สิ่งใหม่ล่าสุด" (Settings → เกี่ยวกับแอป → สิ่งใหม่ล่าสุด) แสดงประวัติเวอร์ชันแบบภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย เรียงจากเวอร์ชันล่าสุดไปเก่าสุด มีประโยชน์เมื่ออัปเดตแอปแล้วอยากรู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

13. เคล็ดลับการใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด
13.1 กรอกวันหมดอายุทุกครั้งที่รับของที่เสียง่าย
ระบบ FEFO จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีวันหมดอายุให้เทียบ — ล็อตที่ไม่มีวันหมดอายุจะถูกดึงไปใช้เป็นลำดับท้ายสุดเสมอ ซึ่งอาจทำให้ล็อตเก่าที่ไม่ได้ระบุวันหมดอายุถูกลืมไว้นานผิดปกติ
13.2 เข้าใจความแตกต่างระหว่าง "ต้นทุนอ้างอิง" กับ "ต้นทุนต่อล็อต"
- ต้นทุนอ้างอิงต่อหน่วย (ตั้งในหน้าแก้ไขวัตถุดิบ) ใช้คำนวณตัวเลขทางทฤษฎี เช่น ต้นทุนอาหาร% ในหน้าสูตรอาหาร — เป็นค่าคงที่ค่าเดียว ไม่เปลี่ยนตามล็อต
- ต้นทุนต่อหน่วยของแต่ละล็อต (กรอกตอนรับของ) ใช้คำนวณตัวเลขที่เกิดขึ้นจริง เช่น มูลค่าสต๊อกคงเหลือ, มูลค่าของเสีย — แต่ละล็อตราคาต่างกันได้ตามที่ซื้อจริง
การแยกสองค่านี้ออกจากกันเป็นความตั้งใจของระบบ ไม่ใช่ความซับซ้อนที่ไม่จำเป็น — ทำให้เห็นได้ว่าต้นทุนจริงเบี่ยงเบนจากที่วางแผนไว้มากแค่ไหน
13.3 บันทึกของเสียทุกครั้งที่เกิดขึ้นจริง แม้จะรู้สึกยุ่งยาก
ตัวเลข "ต้นทุนตามทฤษฎี vs ตามจริง" ในหน้าวิเคราะห์ข้อมูลจะแม่นยำก็ต่อเมื่อของเสียถูกบันทึกครบถ้วน — หากไม่บันทึกของเสีย ส่วนต่างที่ควรจะปรากฏเป็น "ของเสีย" จะถูกนับปนไปกับ "การรั่วไหลที่อธิบายไม่ได้"
13.4 ใช้ปุ่ม + / − ในสูตรอาหารอย่างมีวินัย
ทุกครั้งที่ปรับสูตรอาหาร ตัวเลขต้นทุนอาหาร% ในหน้าเมนูจะเปลี่ยนตามทันที — ใช้หน้านี้ทดลองปรับสูตรก่อนตัดสินใจเปลี่ยนสูตรจริงในครัวได้ เพราะไม่มีผลกระทบต่อสต๊อกจนกว่าจะมีการขายเมนูนั้นเกิดขึ้นจริง
13.5 สำรองข้อมูลเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนกู้คืนหรือเปลี่ยนเครื่อง
เพราะข้อมูลอยู่ในเครื่องเท่านั้น (ไม่มีสำรองบนคลาวด์อัตโนมัติ) ควรสำรองข้อมูลด้วยตนเองเป็นประจำ (เช่น ทุกสัปดาห์) และเก็บไฟล์สำรองไว้ในที่ปลอดภัยนอกเครื่อง
14. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ใช้ RestoHub ได้กี่เครื่อง / ข้อมูลซิงค์ข้ามเครื่องได้ไหม?
ตอบ: RestoHub เก็บข้อมูลแยกในแต่ละเครื่องโดยตั้งใจ (ไม่มีเซิร์ฟเวอร์กลาง) หากต้องการย้ายข้อมูลไปเครื่องอื่น ใช้ฟังก์ชันสำรอง/กู้คืนข้อมูล (หัวข้อ 11.3) แต่จะไม่ซิงค์แบบเรียลไทม์ระหว่างสองเครื่องที่ใช้งานพร้อมกัน
ถาม: ลบวัตถุดิบ/เมนูได้ไหม?
ตอบ: ไม่มีการลบถาวร ใช้ฟังก์ชัน "เลิกใช้งาน" (archive) แทน ซึ่งจะซ่อนรายการจากมุมมองปกติแต่เก็บประวัติที่เกี่ยวข้องไว้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้รายงานย้อนหลังผิดเพี้ยน
ถาม: ทำไมยอดขายเมนูหนึ่งไม่สามารถบันทึกได้?
ตอบ: มักเกิดจากวัตถุดิบในสูตรของเมนูนั้นมีไม่พอในคลัง ระบบจะแจ้งเตือนก่อนบันทึกเสมอ ตรวจสอบสต๊อกวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องหรือรับของเข้าเพิ่มก่อน
ถาม: ตั้งจุดแจ้งเตือนสต๊อกต่ำเป็น 0 แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?
ตอบ: วัตถุดิบนั้นจะไม่ถูกนับรวมในรายการ "สต๊อกต่ำ" อีกเลย ไม่ว่าจะเหลือเท่าไหร่ก็ตาม — มีประโยชน์สำหรับวัตถุดิบที่ไม่ต้องการติดตามสต๊อกอย่างเข้มงวด
ถาม: ทำไมตัวเลข "ต้นทุนอาหาร%" ในหน้าสูตรกับหน้ารายการเมนูดูไม่ตรงกัน?
ตอบ: ทั้งสองที่คำนวณจากสูตรเดียวกันเสมอและควรตรงกัน หากพบว่าไม่ตรงกัน ลองดึงหน้าจอลงเพื่อรีเฟรชข้อมูล
ถาม: เปลี่ยนภาษาแล้วข้อมูลวัตถุดิบที่กรอกไว้จะหายไหม?
ตอบ: ไม่หาย ชื่อวัตถุดิบ/เมนูที่คุณพิมพ์เองเป็นข้อความอิสระ ไม่ผูกกับภาษาของแอป การเปลี่ยนภาษามีผลแค่กับป้ายกำกับ/เมนู/คำแนะนำอัตโนมัติของแอปเท่านั้น
15. การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น
| ปัญหา | วิธีแก้ |
|---|---|
| แอปค้างหรือหน้าจอไม่ตอบสนองหลังกดบันทึก | รอสักครู่ (อาจกำลังประมวลผล) หากยังค้าง ปิดแอปแล้วเปิดใหม่ ข้อมูลที่บันทึกสำเร็จแล้วจะไม่หายไป |
| ตัวเลขในหน้าหลัก/วิเคราะห์ดูไม่อัปเดต | ดึงหน้าจอลงเพื่อรีเฟรช หรือสลับแท็บไปแล้วกลับมาใหม่ |
| กู้คืนข้อมูลแล้วหน้าจอยังแสดงข้อมูลเก่า | ต้องปิดแอปให้สนิทแล้วเปิดใหม่ทุกครั้งหลังกู้คืน (ไม่ใช่แค่กลับหน้าหลัก) |
| สแกนบาร์โค้ดไม่ติด | ตรวจสอบว่าอนุญาตสิทธิ์กล้องให้แอปแล้ว และลองเปิดไฟฉายหากแสงไม่พอ |
| ไม่ได้รับการแจ้งเตือนประจำวันนอกแอป | ตรวจสอบหัวข้อ 11.1 ว่าเปิดสวิตช์แจ้งเตือนไว้หรือไม่ และตรวจสอบว่าระบบปฏิบัติการของเครื่องไม่ได้ปิดกั้นการแจ้งเตือนของแอปนี้ไว้ |
| ส่งออก PDF/CSV แล้วไม่มีตัวเลือกแอปให้แชร์ | ตรวจสอบว่าเครื่องมีแอปที่รองรับการรับไฟล์ประเภทนั้น (เช่น อีเมล, Google Drive) ติดตั้งอยู่ |
หากปัญหายังไม่หายหลังลองวิธีข้างต้น ใช้ฟังก์ชัน "แนะนำฟีเจอร์" ในหน้าตั้งค่าเพื่อติดต่อทีมพัฒนา หรืออีเมลมาที่ scp.plus.softwarehouse@gmail.com
16. ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล
RestoHub ไม่เก็บ ไม่ส่ง และไม่แชร์ข้อมูลของคุณไปที่ใดเลย ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในเครื่องของคุณเท่านั้น ไม่มีระบบบัญชีผู้ใช้ ไม่มีการเก็บสถิติการใช้งาน ไม่มีโฆษณา รายละเอียดฉบับเต็มอ่านได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว