คู่มือการใช้งาน RestoHub

ฉบับสมบูรณ์ พร้อมภาพประกอบทุกขั้นตอน · ตรวจทานกับ RestoHub v1.0.0 build ปัจจุบัน · ปรับปรุงล่าสุด: 20 สิงหาคม 2569

ตรวจทานกับแอปจริง: เนื้อหาและภาพประกอบชุดนี้ตรวจทานกับ RestoHub v1.0.0 build ปัจจุบันเมื่อ 20 สิงหาคม 2569 ครอบคลุมตรา FreshFlow, การเริ่มต้นใช้งาน, คลังวัตถุดิบ, เมนู, การขาย, การจัดซื้อ, การวิเคราะห์ และการตั้งค่าของแอป

คู่มือนี้อธิบายทุกหน้าจอและทุกฟังก์ชันการทำงานของแอป RestoHub โดยละเอียด แบบทีละขั้นตอนพร้อมภาพหน้าจอประกอบทุกจุดสำคัญ เขียนขึ้นสำหรับเจ้าของร้านอาหาร เชฟ และผู้จัดการร้านที่ต้องการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและติดตามยอดขายอย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคมาก่อน

หมายเหตุเรื่องภาพประกอบ: ภาพหน้าจอส่วนใหญ่ในคู่มือนี้ถ่ายด้วยแอปที่ตั้งค่าเป็นภาษาอังกฤษ (บางภาพเป็นภาษาไทย) เพื่อให้ภาพชุดเดียวใช้ประกอบคำอธิบายได้ทั้ง 8 ภาษาโดยไม่ต้องถ่ายซ้ำ 8 รอบ — เป็นแนวทางเดียวกับที่หน้า "วิธีใช้งาน" ในแอปเองใช้อยู่แล้ว ตัวอักษร/ป้ายกำกับในภาพอาจไม่ตรงกับภาษาที่คุณตั้งไว้ แต่ตำแหน่งปุ่มและรูปแบบหน้าจอเหมือนกันทุกภาษา

1. RestoHub คืออะไร

RestoHub เป็นแอปจัดการคลังวัตถุดิบและต้นทุนอาหารสำหรับร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านอาหารข้างทาง 1 สาขา ออกแบบมาโดยยึดหลัก 3 ข้อที่ไม่เหมือนแอปจัดการร้านอาหารทั่วไปในท้องตลาด:

  • ทำงานแบบออฟไลน์ 100% — ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้งานฟังก์ชันหลักใดๆ เลย ข้อมูลทั้งหมดเก็บอยู่ในเครื่องของคุณเท่านั้น
  • ไม่มีระบบสมาชิก ไม่มีการเข้าสู่ระบบ — เปิดแอปแล้วใช้งานได้ทันที ไม่ต้องสมัครบัญชี ไม่ต้องยืนยันอีเมล
  • ไม่มีค่าสมาชิกรายเดือน — จ่ายครั้งเดียว (หรือฟรี ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจำหน่าย) ไม่มีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ต่างจากคู่แข่งในตลาดที่ส่วนใหญ่คิดค่าบริการ 200 เหรียญสหรัฐฯ ขึ้นไปต่อเดือน

RestoHub รองรับ 8 ภาษา: ไทย, English, 中文, 日本語, Tiếng Việt, Bahasa Melayu, Filipino, Bahasa Indonesia — สลับภาษาได้ทุกเมื่อในหน้าตั้งค่า

สิ่งที่ RestoHub ทำได้

หมวดความสามารถหลัก
คลังวัตถุดิบติดตามวัตถุดิบแบบแบ่งล็อต (batch) พร้อมวันหมดอายุ, ระบบ FEFO อัตโนมัติ, แจ้งเตือนสต๊อกต่ำ/ใกล้หมดอายุ, สแกนบาร์โค้ด, นับสต๊อกประจำงวด
สูตรอาหาร/ต้นทุนคำนวณต้นทุนอาหารต่อจานแบบเรียลไทม์, สูตรกึ่งสำเร็จรูป (sub-recipe), เปรียบเทียบต้นทุนตามทฤษฎีกับตามจริง
ยอดขายบันทึกการขายพร้อมตัดสต๊อกอัตโนมัติตามสูตร, ประวัติการขายพร้อมตัวกรองช่วงเวลา
ผู้จำหน่าย/จัดซื้อจัดการรายชื่อผู้จำหน่าย, ใบสั่งซื้อครบวงจร (ร่าง → สั่งแล้ว → รับสินค้า)
วิเคราะห์ข้อมูลกำไรขั้นต้น, ต้นทุนของเสีย, สัดส่วนยอดขาย, เมนูขายดี, ส่งออกรายงาน PDF พร้อมกราฟ
อื่นๆสำรอง/กู้คืนข้อมูล, โหมดมืด, แจ้งเตือนประจำวัน
← เลื่อนดูตารางเพิ่มเติม →

ใครควรใช้แอปนี้

เจ้าของร้านอาหารขนาดเล็กถึงกลาง 1 สาขา ที่ต้องการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบอย่างจริงจังโดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายซอฟต์แวร์รายเดือน — ไม่เหมาะกับร้านที่มีหลายสาขาที่ต้องการข้อมูลแบบรวมศูนย์ (RestoHub เก็บข้อมูลแยกเครื่องต่อเครื่อง โดยตั้งใจ)

2. เริ่มต้นใช้งานครั้งแรก

ขั้นตอนที่ 1 — เลือกภาษา

เมื่อเปิดแอปครั้งแรก จะพบหน้า "เลือกภาษาของคุณ" แสดงรายชื่อ 8 ภาษาด้วยชื่อภาษาต้นฉบับของแต่ละภาษาเอง (เช่น "ไทย", "日本語", "Tiếng Việt") เพื่อให้หาภาษาของตัวเองเจอได้แม้แอปจะแสดงเป็นภาษาอื่นอยู่

  1. แอปจะตรวจจับภาษาของอุปกรณ์คุณโดยอัตโนมัติและติ๊กเลือกไว้ล่วงหน้าให้แล้ว (ถ้าภาษาอุปกรณ์อยู่ใน 8 ภาษาที่รองรับ)
  2. แตะเลือกภาษาอื่นได้ทันทีถ้าต้องการ — หน้าจอจะเปลี่ยนภาษาให้เห็นทันทีโดยไม่ต้องรีสตาร์ทแอป
  3. กด "ดำเนินการต่อ" (Continue) เพื่อไปยังขั้นตอนถัดไป
การเลือกภาษาที่นี่เปลี่ยนภายหลังได้เสมอผ่านหน้าตั้งค่า (ดูหัวข้อ 11.2)

ขั้นตอนที่ 2 — ดูคำแนะนำแอป (Onboarding)

หลังเลือกภาษาแล้ว จะพบหน้าจอแนะนำแอป 4 หน้า:

  1. ปัดซ้าย/ขวาเพื่อดูแต่ละหน้า หรือกด "ข้าม" (Skip) เพื่อเข้าแอปทันที
  2. เนื้อหาในแต่ละหน้าแนะนำแนวคิดหลักของแอป: การจัดการคลังวัตถุดิบ, สูตรอาหาร/ต้นทุน, บันทึกการขาย, และแนวคิด "ออฟไลน์ ไม่มีค่าสมาชิก"
  3. กด "เริ่มใช้งาน" ในหน้าสุดท้ายเพื่อเข้าแอป

หน้าจอนี้จะแสดงเพียงครั้งเดียว — เมื่อกด "เริ่มใช้งาน" แล้ว จะไม่แสดงอีกในการเปิดแอปครั้งต่อไป (เว้นแต่ล้างข้อมูลแอปทั้งหมด)

ขั้นตอนที่ 3 — ถึงหน้าหลัก

เมื่อผ่าน 2 ขั้นตอนข้างต้นแล้ว แอปจะพาไปที่หน้าหลัก (Dashboard) และจะเข้าหน้านี้ทุกครั้งที่เปิดแอปในอนาคต

3. หน้าหลัก (Dashboard)

หน้าหลักเป็นแท็บแรกในแถบเมนูด้านล่าง (ไอคอนรูปตาราง) เป็นภาพรวมของร้านในวันนี้

หน้าหลัก Dashboard แสดงการ์ดสถิติ ยอดขาย กำไรขั้นต้น และรายการต้องดูวันนี้

3.1 ส่วนหัว

โลโก้ RestoHub พร้อมคำทักทายที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน (เช่น "สวัสดีตอนเช้า", "ทำงานดึกๆ นะ") และวันที่ปัจจุบัน

3.2 การ์ดสถิติ (4 กลุ่ม)

  1. มูลค่าสต๊อกคงเหลือ — มูลค่ารวมของวัตถุดิบทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่ในคลัง คำนวณจากต้นทุนจริงของแต่ละล็อต แตะเพื่อไปหน้าคลังวัตถุดิบ
  2. ยอดขายวันนี้ — ยอดขายรวมของวันนี้ พร้อมกราฟเส้นเล็กๆ แสดงแนวโน้มยอดขาย 7 วันล่าสุด แตะเพื่อไปหน้าวิเคราะห์ข้อมูล
  3. กำไรขั้นต้นวันนี้ — ยอดขายลบต้นทุนวัตถุดิบตามจริงของวันนี้ (ยังไม่หักค่าแรง ค่าเช่า หรือค่าใช้จ่ายอื่น) แตะเพื่อไปหน้าวิเคราะห์ข้อมูล
  4. วัตถุดิบใกล้หมด / ใกล้หมดอายุ (2 การ์ดคู่กัน) — จำนวนรายการที่ต้องเฝ้าระวัง การ์ดจะมีสีพื้นหลังเน้นเมื่อมีรายการที่ต้องดูแล แตะเพื่อไปหน้าแจ้งเตือน

3.3 ปุ่มด่วน (Quick Actions)

  • คลังวัตถุดิบ — ปุ่มหลักสีเขียว พาไปหน้ารายการวัตถุดิบ
  • บันทึกการขาย — ปุ่มรองพาไปหน้าบันทึกการขายโดยตรง

3.4 "ต้องดูวันนี้"

รายการสรุปวัตถุดิบที่สต๊อกต่ำหรือใกล้หมดอายุ (สูงสุด 3 รายการต่อประเภท) แต่ละรายการแตะได้เพื่อไปหน้ารายละเอียดวัตถุดิบนั้นโดยตรง หากมีมากกว่าที่แสดง จะมีลิงก์ "ดูทั้งหมด (N)" ไปหน้าแจ้งเตือนแบบเต็ม หากไม่มีรายการใดต้องดู จะแสดงข้อความ "ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีรายการต้องดู" พร้อมเครื่องหมายถูกสีเขียว

3.5 ดึงหน้าจอลงเพื่อรีเฟรช

ดึงหน้าจอลงจากด้านบนเพื่อรีเฟรชข้อมูลทั้งหมดในหน้านี้ทันที (มีประโยชน์หลังจากบันทึกการขายหรือปรับสต๊อกจากอุปกรณ์อื่น หรือหลังกู้คืนข้อมูล)

4. คลังวัตถุดิบ (Inventory)

แท็บที่ 2 (ไอคอนตู้เย็น/กล่อง) — หัวใจหลักของแอป

หน้ารายการวัตถุดิบ จัดกลุ่มตามหมวดหมู่ พร้อมแถบสีแสดงระดับสต๊อก

4.1 รายการวัตถุดิบ

แสดงวัตถุดิบทั้งหมดจัดกลุ่มตามหมวดหมู่ (เช่น ผัก, เนื้อสัตว์, เครื่องปรุง) พร้อมจำนวนรายการในแต่ละหมวด แต่ละแถวแสดงชื่อวัตถุดิบ หมวดหมู่ หน่วยนับ จำนวนคงเหลือ พร้อมแถบสีแสดงระดับสต๊อก (เขียว = ปกติ, เหลือง/ส้ม = เฝ้าระวัง, แดง = ต่ำ) — สีเดียวกันนี้ใช้สอดคล้องกันทั่วทั้งแอป ไม่ว่าจะดูจากรายการ, หน้ารายละเอียด, หรือหน้าแจ้งเตือน

ฟังก์ชันในหน้านี้:

  • ช่องค้นหา — พิมพ์ชื่อวัตถุดิบเพื่อกรองรายการทันที มีปุ่ม × ล้างคำค้นหาเมื่อพิมพ์แล้ว
  • ชิปตัวกรองหมวดหมู่ — แตะเพื่อดูเฉพาะหมวดหมู่ที่สนใจ
  • ปุ่มเรียงลำดับ — เรียงตามชื่อ หรือเรียงจากสต๊อกต่ำสุดก่อน
  • ปัดซ้ายเพื่อเลิกใช้งาน (Archive) — วัตถุดิบที่เลิกใช้แล้วจะไม่ถูกลบถาวร แต่ถูกซ่อนจากรายการทั่วไป
  • ไอคอนกระดิ่ง — มี badge ตัวเลขแสดงจำนวนการแจ้งเตือนทั้งหมด แตะเพื่อไปหน้าแจ้งเตือน
  • ไอคอนสแกนบาร์โค้ด — เปิดกล้องสแกนบาร์โค้ดเพื่อค้นหาวัตถุดิบที่มีอยู่ หรือกรอกบาร์โค้ดให้วัตถุดิบใหม่
  • เมนู "จัดการ" (สามจุด) — เข้าถึง 3 ฟังก์ชันเสริม: นับสต๊อกประจำงวด, ประวัติการเบิกจ่าย, ผู้จำหน่ายและใบสั่งซื้อ
  • ปุ่ม + (มุมขวาล่าง) — เพิ่มวัตถุดิบใหม่

4.2 วิธีเพิ่มวัตถุดิบใหม่ — ทีละขั้นตอน

ฟอร์มเพิ่มวัตถุดิบ ส่วนข้อมูลหลักและตัวเลือกเพิ่มเติมที่พับเก็บไว้
  1. แตะปุ่ม + ที่มุมขวาล่างของหน้ารายการวัตถุดิบ
  2. พิมพ์ชื่อวัตถุดิบ — ระบบจะแนะนำคำอัตโนมัติ (autocomplete) จากฐานข้อมูลวัตถุดิบทั่วไปกว่า 7,000 รายการต่อภาษา (รวมทุกภาษาที่รองรับ ไม่ผูกกับภาษาที่แอปแสดงอยู่ในขณะนั้น)
  3. พิมพ์หรือเลือกหมวดหมู่ — มีคำแนะนำอัตโนมัติเช่นกัน ทั้งจากรายการมาตรฐานและหมวดหมู่ที่ร้านคุณเคยใช้แล้ว
  4. เลือกหน่วยนับจากรายการหน่วยมาตรฐาน (กก., กรัม, ลิตร, มล., ชิ้น ฯลฯ)
  5. กรอกจุดแจ้งเตือนสต๊อกต่ำ (Min Stock) — เมื่อสต๊อกคงเหลือต่ำกว่าค่านี้ ระบบจะแจ้งเตือน ตั้งเป็น 0 เพื่อปิดการแจ้งเตือนสต๊อกต่ำสำหรับวัตถุดิบนั้นโดยเฉพาะ
  6. (ไม่บังคับ) แตะขยาย "ตัวเลือกเพิ่มเติม" เพื่อกรอกต้นทุนอ้างอิงต่อหน่วย, บาร์โค้ด, และสารก่อภูมิแพ้ (เลือกได้หลายรายการจาก 9 ประเภทมาตรฐาน)
  7. กด "บันทึก" (Save)
ส่วนตัวเลือกเพิ่มเติมขยายออก แสดงต้นทุนอ้างอิง บาร์โค้ด และชิปสารก่อภูมิแพ้

หากแก้ไขวัตถุดิบที่มีข้อมูลในส่วนตัวเลือกเพิ่มเติมอยู่แล้ว ส่วนนี้จะขยายให้เห็นอัตโนมัติ ไม่ต้องกดขยายเอง ระบบจะเตือน (ไม่บล็อก) หากชื่อวัตถุดิบซ้ำกับที่มีอยู่แล้ว

4.3 หน้ารายละเอียดวัตถุดิบ

หน้ารายละเอียดวัตถุดิบ พร้อมปุ่มรับเข้า/เบิกใช้ และรายการล็อต

แตะที่วัตถุดิบใดๆ ในรายการเพื่อเข้าหน้านี้ ประกอบด้วย:

  • การ์ดหัวเรื่อง — ไอคอน, ชื่อ, หมวดหมู่, จำนวนคงเหลือรวม พร้อมแถบสีสถานะเดียวกับหน้ารายการ
  • ป้ายสารก่อภูมิแพ้ (ถ้ามี)
  • แถวปุ่มการทำงาน: รับวัตถุดิบเข้า, เบิกใช้/ปรับสต๊อก, และ "ผลิต" (ปุ่มที่ 3 จะปรากฏเฉพาะเมื่อวัตถุดิบนี้มีการตั้งสูตรกึ่งสำเร็จรูปไว้แล้ว)
  • รายการล็อต (Batches) — แสดงล็อตวัตถุดิบที่ยังไม่หมด เรียงตามลำดับ FEFO ล็อตที่ระบบจะดึงไปใช้ก่อนตามกฎ FEFO จะมีป้าย "ใช้ก่อน" สีเขียวกำกับไว้ให้เห็นชัดเจน แต่ละล็อตแสดงแถบ % คงเหลือ, วันหมดอายุ (ถ้ามี), ต้นทุนต่อหน่วยของล็อตนั้น
  • ประวัติการเคลื่อนไหว (Movements) — รายการรับเข้า/เบิกออก/ขาย/ปรับสต๊อกล่าสุดของวัตถุดิบนี้
  • ไอคอนใบเสร็จ — ปรากฏเมื่อวัตถุดิบนี้ถูกตั้งเป็นสูตรกึ่งสำเร็จรูปแล้ว แตะเพื่อแก้ไขสูตร

4.4 วิธีรับวัตถุดิบเข้าคลัง — ทีละขั้นตอน

ฟอร์มรับวัตถุดิบเข้า พร้อมตัวอย่างยอดรวมแบบเรียลไทม์
  1. จากหน้ารายละเอียดวัตถุดิบ แตะปุ่ม "รับวัตถุดิบเข้า" (Receive)
  2. กรอกจำนวนที่รับ
  3. (ไม่บังคับ) แตะเลือกวันหมดอายุจากตัวเลือกวันที่แบบปฏิทิน — แนะนำให้กรอกทุกครั้งกับของที่เสียง่าย เพราะระบบ FEFO ต้องใช้วันนี้ในการจัดลำดับ
  4. (ไม่บังคับ) กรอกต้นทุนต่อหน่วยของล็อตนี้ — หากเว้นว่าง ระบบจะใช้ต้นทุนอ้างอิงของวัตถุดิบแทนในการคำนวณมูลค่า ระหว่างพิมพ์ ฟอร์มจะแสดงตัวอย่างยอดรวมแบบเรียลไทม์
  5. (ไม่บังคับ) กรอกหมายเหตุ
  6. กด "บันทึก"

4.5 วิธีเบิกใช้ / ปรับสต๊อก — ทีละขั้นตอน

ฟอร์มเบิกใช้/ปรับสต๊อก แสดง 4 ประเภทการเคลื่อนไหวจัดเป็นตาราง 2x2

ใช้บันทึกการเคลื่อนไหวสต๊อกที่ไม่ใช่การขายผ่านระบบบันทึกการขาย

  1. จากหน้ารายละเอียดวัตถุดิบ แตะปุ่ม "เบิกใช้/ปรับสต๊อก" (Withdraw/Adjust)
  2. เลือกประเภทการเคลื่อนไหว 1 ใน 4 แบบ: เบิกใช้ (ใช้ในครัวโดยไม่ผูกกับเมนูที่ขาย), ของเสีย (วัตถุดิบเสียหาย/หมดอายุ/ทำตก), ปรับลด (แก้ไขจำนวนให้น้อยลง), ปรับเพิ่ม (แก้ไขจำนวนให้มากขึ้น)
  3. กรอกจำนวน
  4. กรอกหมายเหตุ (แนะนำให้ระบุเหตุผลทุกครั้งโดยเฉพาะรายการของเสีย เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์ภายหลัง)
  5. กด "บันทึก" — ระบบจะดึงจากล็อตตามกฎ FEFO โดยอัตโนมัติสำหรับรายการเบิกออกทุกประเภท

4.6 วิธีสแกนบาร์โค้ด — ทีละขั้นตอน

หน้าสแกนบาร์โค้ด พร้อมกรอบเล็งและปุ่มไฟฉาย
  1. แตะไอคอนสแกน (รูปบาร์โค้ด) จากหน้ารายการวัตถุดิบ
  2. อนุญาตสิทธิ์กล้องหากถูกถามครั้งแรก
  3. เล็งกล้องให้บาร์โค้ดอยู่ในกรอบกลางจอ — แตะไอคอนไฟฉายได้หากแสงไม่พอ
  4. ระบบจะสแกนอัตโนมัติ: ถ้าพบวัตถุดิบที่ผูกบาร์โค้ดนี้ไว้แล้ว จะพาไปหน้ารายละเอียดวัตถุดิบนั้นทันที ถ้าไม่พบ จะเสนอให้สร้างวัตถุดิบใหม่พร้อมกรอกบาร์โค้ดนี้ให้อัตโนมัติ

4.7 วิธีตั้งสูตรและผลิตวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป — ทีละขั้นตอน

สำหรับวัตถุดิบที่ร้านทำเองจากวัตถุดิบอื่น เช่น ซอส, น้ำสต๊อก, แป้งเตรียม

หน้าตั้งสูตรกึ่งสำเร็จรูป แสดงรายการวัตถุดิบดิบที่ใช้และปุ่มบันทึกสูตร

ขั้นที่ 1 — ตั้งสูตร (ทำครั้งเดียวต่อวัตถุดิบ):

  1. เปิดหน้ารายละเอียดของวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป (เช่น "น้ำพริกแกง")
  2. แตะไอคอนใบเสร็จมุมขวาบน
  3. แตะ "เพิ่มวัตถุดิบในสูตร" (Add ingredient to recipe)
  4. เลือกวัตถุดิบดิบที่ใช้ (ค้นหาได้) และกรอกปริมาณที่ใช้ต่อ 1 หน่วยผลิต
  5. ทำซ้ำขั้นที่ 3-4 จนครบทุกวัตถุดิบดิบในสูตร
  6. กด "บันทึกสูตร" (Save recipe)

เมื่อตั้งสูตรแล้ว ปุ่ม "ผลิต" จะปรากฏในหน้ารายละเอียดวัตถุดิบนั้นทันที

ขั้นที่ 2 — ผลิต (ทำทุกครั้งที่ต้องการผลิตจริง):

หน้าผลิต แสดงตารางเปรียบเทียบวัตถุดิบที่ต้องใช้กับที่มีอยู่จริงแบบสี
  1. จากหน้ารายละเอียดวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป แตะปุ่ม "ผลิต" (Produce)
  2. กรอกจำนวนที่ต้องการผลิต — หน้าจอจะแสดงตารางเปรียบเทียบวัตถุดิบที่ต้องใช้ vs ที่มีอยู่จริงแบบสีทันที (สีแดง = ไม่พอ ให้ไปรับวัตถุดิบดิบเพิ่มก่อน)
  3. (ไม่บังคับ) เลือกวันหมดอายุของล็อตที่จะผลิต และกรอกหมายเหตุ
  4. กด "บันทึกการผลิต" (Save production) — ระบบจะดึงวัตถุดิบดิบออกจากคลังตามกฎ FEFO, คำนวณต้นทุนจริงจากล็อตที่ดึงมาใช้จริง, และสร้างล็อตใหม่ของวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปพร้อมต้นทุนต่อหน่วยที่คำนวณได้อัตโนมัติ

4.8 วิธีนับสต๊อกประจำงวด (Stocktake) — ทีละขั้นตอน

หน้านับสต๊อกประจำงวด แสดงช่องกรอกจำนวนที่นับได้ทีละรายการ

ใช้เมื่อต้องการนับสต๊อกจริงทั้งร้านเทียบกับตัวเลขในระบบ

  1. จากหน้ารายการวัตถุดิบ แตะเมนู "จัดการ" (สามจุด) → "นับสต๊อกประจำงวด"
  2. ใช้ช่องค้นหาเพื่อหาวัตถุดิบเร็วขึ้นเมื่อรายการเยอะ (ไม่บังคับ)
  3. กรอก "คุณนับได้เท่าไหร่" เฉพาะรายการที่ต้องการปรับ (ช่องที่เว้นว่างไว้จะไม่ถูกแตะต้อง)
  4. กด "บันทึก" — ระบบจะสร้างรายการปรับเพิ่ม/ปรับลดให้อัตโนมัติตามผลต่างระหว่างตัวเลขที่นับได้กับตัวเลขในระบบ

4.9 ระบบ FEFO คืออะไร (First-Expired, First-Out)

RestoHub บังคับใช้กฎ FEFO — ล็อตที่ใกล้หมดอายุที่สุดจะถูกดึงไปใช้ก่อนเสมอ ทุกครั้งที่มีการเบิกออกไม่ว่าจะเป็นการเบิกใช้ด้วยมือ, บันทึกของเสีย, ปรับสต๊อกลด, หรือการขาย — ล็อตที่ไม่มีวันหมดอายุระบุไว้จะถูกดึงไปใช้เป็นลำดับสุดท้าย (หลังล็อตที่มีวันหมดอายุทั้งหมด) นี่คือเหตุผลที่การกรอกวันหมดอายุตอนรับของมีประโยชน์จริง ไม่ใช่แค่ข้อมูลสวยงาม — มันช่วยป้องกันของเสียจากการถูกลืมไว้หลังตู้เย็น

5. รายการเบิกจ่าย/ปรับสต๊อก (Movement Ledger)

หน้ารายการเบิกจ่ายรวมทุกวัตถุดิบ พร้อมไอคอนสีตามประเภทและปุ่มส่งออก CSV

เข้าถึงผ่านเมนู "จัดการ" → "ประวัติการเบิกจ่าย" ในหน้าคลังวัตถุดิบ แสดงประวัติการเคลื่อนไหวสต๊อกทั้งหมดของทุกวัตถุดิบรวมกันในที่เดียว (ต่างจากหน้ารายละเอียดวัตถุดิบที่แสดงเฉพาะของรายการนั้น) แต่ละแถวมีไอคอนและสีตามประเภท (รับเข้า/เบิกใช้/ของเสีย/ขาย/ปรับสต๊อก)

วิธีส่งออกเป็น CSV — ทีละขั้นตอน:

  1. (ไม่บังคับ) แตะตัวกรองช่วงวันที่เพื่อจำกัดช่วงที่ต้องการ
  2. แตะไอคอนส่งออกมุมขวาบน
  3. เลือกแอปปลายทางจากเมนูแชร์ของระบบปฏิบัติการ (เช่น อีเมล, Google Drive)
  4. ไฟล์ CSV ที่ได้เปิดใน Excel/Google Sheets ได้ทันที

6. เมนูอาหาร (Menu)

แท็บที่ 3 (ไอคอนช้อนส้อม)

หน้ารายการเมนู จัดกลุ่มตามหมวดหมู่ พร้อมป้ายเปอร์เซ็นต์ต้นทุนอาหาร

6.1 รายการเมนู

แสดงเมนูอาหารทั้งหมดจัดกลุ่มตามหมวดหมู่ (เช่น อาหารจานหลัก, ของหวาน, เครื่องดื่ม) แต่ละแถวแสดงชื่อ, ราคาขาย, และป้ายเปอร์เซ็นต์ต้นทุนอาหารสีเขียว/เหลือง/แดง (เขียว <30%, เหลือง 30-35%, แดง >35%) — แถวที่มีต้นทุนอยู่ในโซนแดงจะมีพื้นหลังโทนแดงอ่อนเน้นให้สังเกตง่ายเมื่อไล่ดูทั้งรายการ เมนูที่ยังไม่มีการตั้งสูตรจะแสดงป้าย "ยังไม่มีสูตร" แทนเปอร์เซ็นต์

ฟังก์ชันในหน้านี้: ช่องค้นหาเมนู, ปุ่มเรียงลำดับ (ชื่อ/ราคา/เปอร์เซ็นต์ต้นทุนอาหาร), ปัดซ้ายเพื่อเลิกใช้งานเมนู, ไอคอนประวัติการขาย, ปุ่ม + เพิ่มเมนูใหม่

6.2 วิธีเพิ่มเมนูใหม่ — ทีละขั้นตอน

  1. แตะปุ่ม + ที่มุมขวาล่าง
  2. พิมพ์ชื่อเมนู (มีคำแนะนำอัตโนมัติจากเมนูที่ร้านเคยเพิ่มไว้แล้ว)
  3. พิมพ์หรือเลือกหมวดหมู่ (มีคำแนะนำอัตโนมัติเช่นกัน)
  4. กรอกราคาขาย (มีสัญลักษณ์ ฿ นำหน้าช่องกรอก)
  5. กด "บันทึก" — ระบบจะพาไปหน้าตั้งสูตรอาหารต่อทันที

6.3 วิธีตั้งสูตรอาหารและดูต้นทุน — ทีละขั้นตอน

หน้าสูตรอาหาร แสดงต้นทุนต่อจานและป้ายสารก่อภูมิแพ้รวม

หน้าที่สำคัญที่สุดสำหรับการควบคุมต้นทุน

  1. จากหน้ารายละเอียดเมนู แตะ "แก้ไขสูตรอาหาร"
  2. แตะ "เพิ่มวัตถุดิบ" เลือกวัตถุดิบที่ใช้ (ค้นหาได้) และกรอกปริมาณต่อ 1 จาน (รองรับการแปลงหน่วย เช่น กรัม↔กก., มล.↔ลิตร)
  3. ทำซ้ำขั้นที่ 2 จนครบทุกวัตถุดิบในสูตร — ด้านบนของหน้าจะแสดง "ต้นทุนต่อจาน: ฿X (Y%)" อัปเดตทันทีทุกครั้งที่เพิ่ม/แก้ไข/ลบวัตถุดิบ
  4. ตรวจดูป้ายสารก่อภูมิแพ้รวมที่ด้านล่างสุด (รวมจากทุกวัตถุดิบที่มีการระบุสารก่อภูมิแพ้ไว้ คำนวณสดทุกครั้งที่เปิดหน้านี้)
  5. กด "บันทึกสูตร"
สูตรที่ต้องระวัง: หากกรอกจำนวนว่างเปล่าหรือเป็น 0 หรือติดลบ ระบบจะฟ้องข้อผิดพลาดและไม่ยอมให้บันทึก และหากเพิ่มวัตถุดิบซ้ำที่มีอยู่ในสูตรแล้ว ระบบจะเตือนและไม่เพิ่มซ้ำ

7. บันทึกการขาย (Sales)

7.1 วิธีบันทึกการขาย — ทีละขั้นตอน

หน้าบันทึกการขาย แสดงรายการเมนูพร้อมตัวปรับจำนวนและยอดรวมทั้งบิล
  1. เข้าหน้านี้จากปุ่มด่วนในหน้าหลัก หรือไอคอนในหน้าเมนู
  2. แตะ + ข้างเมนูที่ขายเพื่อเพิ่มจำนวน (แถวที่มีจำนวนมากกว่า 0 จะถูกเน้นสี พร้อมแสดงยอดรวมย่อยของแถวนั้น) — ใช้ − ลดจำนวนได้
  3. ทำซ้ำสำหรับทุกเมนูในบิลนี้ — แถบด้านล่างแสดงจำนวนรายการทั้งหมดและยอดรวมทั้งบิลตลอดเวลา
  4. กด "บันทึกการขาย" — ระบบจะบันทึกรายการขาย และตัดสต๊อกวัตถุดิบตามสูตรของแต่ละเมนูโดยอัตโนมัติผ่านกฎ FEFO — ไม่ต้องไปเบิกจ่ายด้วยมือซ้ำอีก

หากวัตถุดิบไม่พอสำหรับสูตร ระบบจะแจ้งเตือนและไม่ยอมบันทึกการขายนั้น (ป้องกันการขายเมนูที่ทำไม่ได้จริง) มีปุ่ม "ล้างทั้งหมด" ที่แถบด้านบนเมื่อมีรายการค้างอยู่ในตะกร้า เพื่อเริ่มบิลใหม่ได้เร็ว

7.2 ประวัติการขาย

หน้าประวัติการขาย พร้อมตัวกรองช่วงเวลาและการ์ดสรุปยอดรวม

แสดงรายการขายทั้งหมด พร้อมตัวกรองช่วง 7 วัน / 30 วันล่าสุด และการ์ดสรุปยอดรวม+จำนวนบิลของช่วงที่เลือก แต่ละบิลกดขยายดูรายการเมนูที่ขายในบิลนั้นได้ ไอคอนส่งออกส่งออกประวัติการขายทั้งหมดเป็น CSV

8. การแจ้งเตือน (Alerts)

หน้าแจ้งเตือน แบ่งเป็นวัตถุดิบใกล้หมดและใกล้หมดอายุ พร้อมป้ายสถานะสี

เข้าถึงผ่านไอคอนกระดิ่งในหน้าคลังวัตถุดิบ หรือการ์ดในหน้าหลัก แบ่งเป็น 2 ส่วน:

  • วัตถุดิบใกล้หมด — วัตถุดิบที่คงเหลือต่ำกว่าจุดแจ้งเตือนที่ตั้งไว้ แสดงจำนวนคงเหลือเทียบกับจุดแจ้งเตือน
  • ใกล้หมดอายุ — ล็อตที่จะหมดอายุภายในจำนวนวันที่ตั้งไว้ในหน้าตั้งค่า (ค่าเริ่มต้น 3 วัน) แสดงจำนวนวันที่เหลือ

หากทั้งสองส่วนไม่มีรายการเลย จะแสดงข้อความ "ทุกอย่างเรียบร้อยดี" เพียงครั้งเดียว แต่ละรายการแตะเพื่อไปหน้ารายละเอียดวัตถุดิบนั้นโดยตรง

การแจ้งเตือนแบบ push notification ประจำวัน (แจ้งเตือนนอกแอปตอนเปิดมือถือ) เป็นคนละเรื่องกับหน้านี้ — ต้องเปิดใช้งานแยกในหน้าตั้งค่า (ดูหัวข้อ 11.1) หน้านี้จะแสดงรายการเสมอไม่ว่าจะเปิดแจ้งเตือนนอกแอปไว้หรือไม่

9. วิเคราะห์ข้อมูล (Analytics)

แท็บที่ 4 (ไอคอนกราฟแท่ง) — ศูนย์รวมข้อมูลเชิงลึกสำหรับการตัดสินใจเชิงธุรกิจ

หน้าวิเคราะห์ข้อมูล แสดงกำไรขั้นต้น กราฟแนวโน้ม และภาพรวมร้าน

9.1 ตัวเลือกช่วงเวลา

แถบเลือกช่วงเวลาด้านบนสุด: 7 วันล่าสุด, 30 วันล่าสุด, สัปดาห์นี้, เดือนนี้, และกำหนดเอง (เปิดตัวเลือกปฏิทินแบบช่วงวันที่) ทุกการ์ด/กราฟในหน้านี้จะอัปเดตตามช่วงเวลาที่เลือกพร้อมกัน

9.2 กำไรขั้นต้น (Gross Profit)

การ์ดแรกแสดงกำไรขั้นต้น = ยอดขาย − ต้นทุนวัตถุดิบตามจริง พร้อมอัตรากำไรขั้นต้น (%), ยอดขายและต้นทุนแยกบรรทัด, และเปรียบเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้าที่มีความยาวเท่ากัน แสดงเป็น "เพิ่มขึ้น/ลดลง ฿X จากช่วงก่อนหน้า" พร้อมสีเขียว/แดงตามทิศทาง

คำว่า "กำไร" ในที่นี้หมายถึงกำไรจากต้นทุนวัตถุดิบเท่านั้น ยังไม่ได้หักค่าแรง ค่าเช่า หรือค่าใช้จ่ายอื่นของร้าน — แอปนี้ไม่มีข้อมูลค่าใช้จ่ายเหล่านั้น จึงจงใจไม่เรียกว่า "กำไรสุทธิ" เพื่อไม่ให้เข้าใจผิด

9.3 กราฟแนวโน้มตามวัตถุดิบ — วิธีใช้

  1. เลือกมุมมองผ่านปุ่มสลับ 3 แบบ: การใช้วัตถุดิบ, สต๊อกคงเหลือ, เมนูขายดี
  2. แตะช่องค้นหาแบบเลือกจากรายการเพื่อเลือกวัตถุดิบที่สนใจ
  3. ดูกราฟแนวโน้มรายวันของวัตถุดิบนั้นในช่วงเวลาที่เลือก — แตะที่จุดบนกราฟเพื่อดูค่าตัวเลขของวันนั้น

9.4 ภาพรวมร้าน (Store-wide)

  • ต้นทุนตามทฤษฎี vs ตามจริง — เทียบต้นทุนที่ "ควรจะเป็น" ตามสูตรอาหารกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงจากบันทึกทั้งหมด ส่วนต่างที่มากผิดปกติมักบ่งชี้ถึงการเสิร์ฟเกินสัดส่วน, การลืมบันทึกของเสีย, หรือการรั่วไหลอื่นๆ
  • สรุปของเสีย — มูลค่าของเสียโดยประมาณและจำนวนรายการในช่วงเวลาที่เลือก
  • สัดส่วนยอดขายตามหมวดหมู่เมนู — กราฟวงกลม (โดนัท) แสดงสัดส่วนรายได้แยกตามหมวดหมู่เมนู

9.5 รายงานสรุปละเอียด (Detailed Summary)

หน้ารายงานสรุปละเอียด แสดงตารางเต็มรูปแบบต่อวัตถุดิบและต่อเมนู

แตะไอคอนตารางเพื่อเข้าหน้านี้ — แสดงตารางเต็มรูปแบบของทุกวัตถุดิบ (ปริมาณที่ใช้ไป, ต้นทุนจริง) และทุกเมนู (จำนวนที่ขาย, รายได้, ต้นทุนอาหาร, อัตรากำไรขั้นต้น%) ในช่วงเวลาที่เลือก เรียงจากมูลค่าสูงสุดไปต่ำสุด

9.6 วิธีส่งออกรายงาน PDF — ทีละขั้นตอน

  1. จากหน้า Analytics หรือหน้า Detailed Summary แตะไอคอน PDF ที่มุมขวาบน
  2. รอสักครู่ให้ระบบสร้างรายงาน — ไฟล์ PDF จะมีหลายหน้า ประกอบด้วยสรุปภาพรวม, แนวโน้มยอดขายรายวัน, สัดส่วนยอดขาย, กำไรขั้นต้น/ต้นทุนตามทฤษฎีเทียบตามจริง/ของเสีย, และตารางรายละเอียดเต็มรูปแบบ
  3. เลือกแอปปลายทางจากเมนูแชร์ของระบบปฏิบัติการเพื่อบันทึกหรือส่งต่อไฟล์

รายงานรองรับข้อความภาษาไทยและภาษาอื่นในกลุ่มอักษรละติน/ไทยได้สมบูรณ์ (ชื่อวัตถุดิบ/เมนูที่พิมพ์เป็นภาษาจีนหรือญี่ปุ่นอาจแสดงเป็นช่องว่างในไฟล์ PDF โดยเฉพาะ — ไม่กระทบการแสดงผลในแอปเอง)

10. ผู้จำหน่ายและใบสั่งซื้อ (Purchasing)

เข้าถึงผ่านเมนู "จัดการ" (สามจุด) ในหน้าคลังวัตถุดิบ → "ผู้จำหน่ายและใบสั่งซื้อ" — ไม่ได้อยู่ในแถบเมนูหลักด้านล่าง เพราะเป็นฟังก์ชันเสริมที่ไม่ใช่ทุกร้านจะใช้

10.1 ผู้จำหน่าย

หน้ารายชื่อผู้จำหน่าย พร้อมช่องค้นหา

รายชื่อผู้จำหน่ายวัตถุดิบ พร้อมเบอร์โทรและหมายเหตุ (ไม่บังคับ) มีช่องค้นหา และปุ่มเลิกใช้งาน (archive) แบบเดียวกับวัตถุดิบ/เมนู แตะปุ่ม + เพื่อเพิ่มผู้จำหน่ายใหม่

10.2 ใบสั่งซื้อ — วงจรการทำงาน 3 สถานะ ทีละขั้นตอน

หน้ารายการใบสั่งซื้อ พร้อมชิปกรองตามสถานะและป้ายสีสถานะ

สถานะที่ 1 — ร่าง (Draft):

  1. จากหน้ารายการใบสั่งซื้อ แตะปุ่ม +
  2. เลือกผู้จำหน่าย
  3. เพิ่มรายการวัตถุดิบที่ต้องการสั่ง พร้อมจำนวนที่สั่งและต้นทุนต่อหน่วยที่คาดไว้ (ทำซ้ำได้หลายรายการ)
  4. กด "บันทึกร่าง" — ยังแก้ไขได้อิสระในสถานะนี้

สถานะที่ 2 — สั่งแล้ว (Ordered):

หน้ารายละเอียดใบสั่งซื้อ พร้อมไทม์ไลน์สถานะและปุ่ม Receive
  1. เปิดใบสั่งซื้อร่างที่สร้างไว้ กด "ยืนยันสั่งซื้อ" (Mark ordered) เมื่อสั่งซื้อจริงกับผู้จำหน่ายแล้ว — ใบจะล็อกไม่ให้แก้ไขรายการอีก

สถานะที่ 3 — รับสินค้าแล้ว (Received):

หน้ารับสินค้า แสดงช่องกรอกจำนวนและราคาที่รับจริงต่อรายการ
  1. เมื่อของมาส่งจริง เปิดใบสั่งซื้อแล้วแตะ "รับสินค้า" (Receive)
  2. กรอก "จำนวนที่รับจริง" และ "ราคาต่อหน่วยจริง" ของแต่ละรายการ — ตัวเลขที่รับจริงนี้ต่างหากที่ใช้ปรับปรุงสต๊อกจริง ไม่ใช่ตัวเลขที่สั่งไว้ตอนแรก
กล่องสรุปยืนยันการรับสินค้า แสดงจำนวน/หน่วยของแต่ละรายการก่อนยืนยัน
  1. กด "ยืนยันรับสินค้า" — จะมีกล่องสรุปรายการจำนวน/หน่วยให้ตรวจทานอีกครั้งก่อนยืนยันจริง กด "ยืนยัน" เพื่อปรับปรุงสต๊อกจริง หรือ "ยกเลิก" เพื่อกลับไปแก้ไขตัวเลขก่อน

หน้ารายการใบสั่งซื้อมีชิปกรองตามสถานะ (ทั้งหมด/ร่าง/สั่งแล้ว/รับสินค้าแล้ว) แต่ละใบแสดงป้ายสีสถานะ และหน้ารายละเอียดแสดงไทม์ไลน์เต็ม (สร้างเมื่อ → สั่งเมื่อ → รับเมื่อ)

11. ตั้งค่า (Settings)

แท็บที่ 5 (ไอคอนเฟือง) — สุดท้ายในแถบเมนูด้านล่าง

หน้าตั้งค่า แสดงการแจ้งเตือน การแสดงผล และข้อมูล

11.1 การแจ้งเตือน

  • ระยะเวลาแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนหมดอายุ — ปรับได้ 1-30 วัน กำหนดว่าล็อตจะถูกนับเป็น "ใกล้หมดอายุ" กี่วันก่อนวันหมดอายุจริง
  • แจ้งเตือนเมื่อสต๊อกต่ำ และ แจ้งเตือนเมื่อวัตถุดิบใกล้หมดอายุ — สวิตช์เปิด/ปิดแยกกัน ควบคุมการแจ้งเตือนแบบ push notification ประจำวันนอกแอป
  • เวลาแจ้งเตือนประจำวัน — กำหนดเวลาที่จะได้รับ push notification (ค่าเริ่มต้น 08:00)

11.2 การแสดงผล

  • โหมดมืด (Dark Mode) — สวิตช์เปิด/ปิด มีผลทันทีทั้งแอป
  • ภาษา — แตะเพื่อเปิดหน้าต่างเลือกภาษา มีตัวเลือกพิเศษ "ตามอุปกรณ์" (System default) ให้แอปตามการตั้งค่าภาษาของเครื่องโดยอัตโนมัติเสมอ

วิธีเปลี่ยนภาษา — ทีละขั้นตอน:

  1. จากหน้าตั้งค่า แตะแถว "ภาษา"
  2. เลื่อนดูรายการ 8 ภาษา (แต่ละภาษาแสดงด้วยชื่อภาษาต้นฉบับของตัวเอง)
  3. แตะภาษาที่ต้องการ — แอปเปลี่ยนภาษาทันทีทุกหน้าจอ ไม่ต้องรีสตาร์ท
หน้าตัวเลือกภาษา แสดงรายการ 8 ภาษาด้วยชื่อภาษาต้นฉบับ
หน้าตั้งค่าในโหมดมืด แสดงคอนทราสต์และสีที่ปรับให้เหมาะกับพื้นหลังเข้ม

11.3 ข้อมูล

วิธีสำรองข้อมูล — ทีละขั้นตอน:

  1. แตะแถว "สำรองข้อมูล" (Back up data)
  2. รอสักครู่ให้ระบบสร้างไฟล์สำรอง (ฐานข้อมูล SQLite ทั้งไฟล์)
  3. เลือกแอปปลายทางจากเมนูแชร์ของระบบปฏิบัติการ — เลือกบันทึกไป Google Drive, LINE, อีเมล หรือที่ใดก็ได้ที่คุณต้องการ

วิธีกู้คืนข้อมูล — ทีละขั้นตอน:

  1. แตะแถว "กู้คืนข้อมูล" (Restore data)
  2. เลือกไฟล์สำรองจากอุปกรณ์ — ระบบจะตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์ก่อนเสมอก่อนแตะต้องข้อมูลจริงในเครื่อง
  3. เมื่อกู้คืนสำเร็จ กดปุ่ม "ปิดแอปเพื่อกู้คืน" ที่ปรากฏขึ้นทันที — ต้องปิดแอปแล้วเปิดใหม่ข้อมูลจึงจะแสดงถูกต้อง
⚠️ คำเตือนสำคัญ: การกู้คืนข้อมูลจะแทนที่ข้อมูลทั้งหมดในเครื่องปัจจุบันด้วยข้อมูลจากไฟล์ที่เลือก และไม่สามารถย้อนกลับได้ (เว้นแต่คุณมีไฟล์สำรองของข้อมูลเดิมไว้ก่อนแล้ว) แนะนำให้สำรองข้อมูลปัจจุบันไว้ก่อนทุกครั้งที่จะกู้คืนจากไฟล์อื่น

11.4 เกี่ยวกับแอป

  • วิธีใช้งาน — เปิดหน้าคู่มือในแอป (ดูหัวข้อ 12)
  • สิ่งใหม่ล่าสุด — ประวัติการอัปเดตแอปแบบอ่านง่าย (ดูหัวข้อ 12)
  • แนะนำฟีเจอร์ — เปิดเบราว์เซอร์ไปยังหน้าเว็บสำหรับส่งข้อเสนอแนะฟีเจอร์ใหม่
  • ข้อมูลเวอร์ชันแอปและโลโก้
แถบเกี่ยวกับแอปของหน้าตั้งค่า แสดงแถววิธีใช้งาน สิ่งใหม่ล่าสุด และแนะนำฟีเจอร์

12. วิธีใช้งานในแอปและสิ่งใหม่ล่าสุด

นอกจากคู่มือฉบับนี้ ตัวแอปเองมีหน้า "วิธีใช้งาน" ในตัว (Settings → เกี่ยวกับแอป → วิธีใช้งาน) เป็นข้อมูลอ้างอิงแบบพับ/ขยายทีละหัวข้อ (~15 หัวข้อ) ครอบคลุมทุกฟังก์ชันด้วยคำศัพท์เดียวกับที่ใช้ในแอปจริง เหมาะสำหรับเปิดดูเร็วๆ ระหว่างใช้งานจริง โดยไม่ต้องออกจากแอปมาเปิดคู่มือฉบับนี้

หน้าวิธีใช้งานในแอป แบบพับ/ขยายทีละหัวข้อ

หน้า "สิ่งใหม่ล่าสุด" (Settings → เกี่ยวกับแอป → สิ่งใหม่ล่าสุด) แสดงประวัติเวอร์ชันแบบภาษาที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย เรียงจากเวอร์ชันล่าสุดไปเก่าสุด มีประโยชน์เมื่ออัปเดตแอปแล้วอยากรู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

หน้าสิ่งใหม่ล่าสุด แสดงประวัติเวอร์ชันเรียงจากล่าสุด

13. เคล็ดลับการใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

13.1 กรอกวันหมดอายุทุกครั้งที่รับของที่เสียง่าย

ระบบ FEFO จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีวันหมดอายุให้เทียบ — ล็อตที่ไม่มีวันหมดอายุจะถูกดึงไปใช้เป็นลำดับท้ายสุดเสมอ ซึ่งอาจทำให้ล็อตเก่าที่ไม่ได้ระบุวันหมดอายุถูกลืมไว้นานผิดปกติ

13.2 เข้าใจความแตกต่างระหว่าง "ต้นทุนอ้างอิง" กับ "ต้นทุนต่อล็อต"

  • ต้นทุนอ้างอิงต่อหน่วย (ตั้งในหน้าแก้ไขวัตถุดิบ) ใช้คำนวณตัวเลขทางทฤษฎี เช่น ต้นทุนอาหาร% ในหน้าสูตรอาหาร — เป็นค่าคงที่ค่าเดียว ไม่เปลี่ยนตามล็อต
  • ต้นทุนต่อหน่วยของแต่ละล็อต (กรอกตอนรับของ) ใช้คำนวณตัวเลขที่เกิดขึ้นจริง เช่น มูลค่าสต๊อกคงเหลือ, มูลค่าของเสีย — แต่ละล็อตราคาต่างกันได้ตามที่ซื้อจริง

การแยกสองค่านี้ออกจากกันเป็นความตั้งใจของระบบ ไม่ใช่ความซับซ้อนที่ไม่จำเป็น — ทำให้เห็นได้ว่าต้นทุนจริงเบี่ยงเบนจากที่วางแผนไว้มากแค่ไหน

13.3 บันทึกของเสียทุกครั้งที่เกิดขึ้นจริง แม้จะรู้สึกยุ่งยาก

ตัวเลข "ต้นทุนตามทฤษฎี vs ตามจริง" ในหน้าวิเคราะห์ข้อมูลจะแม่นยำก็ต่อเมื่อของเสียถูกบันทึกครบถ้วน — หากไม่บันทึกของเสีย ส่วนต่างที่ควรจะปรากฏเป็น "ของเสีย" จะถูกนับปนไปกับ "การรั่วไหลที่อธิบายไม่ได้"

13.4 ใช้ปุ่ม + / − ในสูตรอาหารอย่างมีวินัย

ทุกครั้งที่ปรับสูตรอาหาร ตัวเลขต้นทุนอาหาร% ในหน้าเมนูจะเปลี่ยนตามทันที — ใช้หน้านี้ทดลองปรับสูตรก่อนตัดสินใจเปลี่ยนสูตรจริงในครัวได้ เพราะไม่มีผลกระทบต่อสต๊อกจนกว่าจะมีการขายเมนูนั้นเกิดขึ้นจริง

13.5 สำรองข้อมูลเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนกู้คืนหรือเปลี่ยนเครื่อง

เพราะข้อมูลอยู่ในเครื่องเท่านั้น (ไม่มีสำรองบนคลาวด์อัตโนมัติ) ควรสำรองข้อมูลด้วยตนเองเป็นประจำ (เช่น ทุกสัปดาห์) และเก็บไฟล์สำรองไว้ในที่ปลอดภัยนอกเครื่อง

14. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ใช้ RestoHub ได้กี่เครื่อง / ข้อมูลซิงค์ข้ามเครื่องได้ไหม?
ตอบ: RestoHub เก็บข้อมูลแยกในแต่ละเครื่องโดยตั้งใจ (ไม่มีเซิร์ฟเวอร์กลาง) หากต้องการย้ายข้อมูลไปเครื่องอื่น ใช้ฟังก์ชันสำรอง/กู้คืนข้อมูล (หัวข้อ 11.3) แต่จะไม่ซิงค์แบบเรียลไทม์ระหว่างสองเครื่องที่ใช้งานพร้อมกัน

ถาม: ลบวัตถุดิบ/เมนูได้ไหม?
ตอบ: ไม่มีการลบถาวร ใช้ฟังก์ชัน "เลิกใช้งาน" (archive) แทน ซึ่งจะซ่อนรายการจากมุมมองปกติแต่เก็บประวัติที่เกี่ยวข้องไว้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้รายงานย้อนหลังผิดเพี้ยน

ถาม: ทำไมยอดขายเมนูหนึ่งไม่สามารถบันทึกได้?
ตอบ: มักเกิดจากวัตถุดิบในสูตรของเมนูนั้นมีไม่พอในคลัง ระบบจะแจ้งเตือนก่อนบันทึกเสมอ ตรวจสอบสต๊อกวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องหรือรับของเข้าเพิ่มก่อน

ถาม: ตั้งจุดแจ้งเตือนสต๊อกต่ำเป็น 0 แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?
ตอบ: วัตถุดิบนั้นจะไม่ถูกนับรวมในรายการ "สต๊อกต่ำ" อีกเลย ไม่ว่าจะเหลือเท่าไหร่ก็ตาม — มีประโยชน์สำหรับวัตถุดิบที่ไม่ต้องการติดตามสต๊อกอย่างเข้มงวด

ถาม: ทำไมตัวเลข "ต้นทุนอาหาร%" ในหน้าสูตรกับหน้ารายการเมนูดูไม่ตรงกัน?
ตอบ: ทั้งสองที่คำนวณจากสูตรเดียวกันเสมอและควรตรงกัน หากพบว่าไม่ตรงกัน ลองดึงหน้าจอลงเพื่อรีเฟรชข้อมูล

ถาม: เปลี่ยนภาษาแล้วข้อมูลวัตถุดิบที่กรอกไว้จะหายไหม?
ตอบ: ไม่หาย ชื่อวัตถุดิบ/เมนูที่คุณพิมพ์เองเป็นข้อความอิสระ ไม่ผูกกับภาษาของแอป การเปลี่ยนภาษามีผลแค่กับป้ายกำกับ/เมนู/คำแนะนำอัตโนมัติของแอปเท่านั้น

15. การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

ปัญหาวิธีแก้
แอปค้างหรือหน้าจอไม่ตอบสนองหลังกดบันทึกรอสักครู่ (อาจกำลังประมวลผล) หากยังค้าง ปิดแอปแล้วเปิดใหม่ ข้อมูลที่บันทึกสำเร็จแล้วจะไม่หายไป
ตัวเลขในหน้าหลัก/วิเคราะห์ดูไม่อัปเดตดึงหน้าจอลงเพื่อรีเฟรช หรือสลับแท็บไปแล้วกลับมาใหม่
กู้คืนข้อมูลแล้วหน้าจอยังแสดงข้อมูลเก่าต้องปิดแอปให้สนิทแล้วเปิดใหม่ทุกครั้งหลังกู้คืน (ไม่ใช่แค่กลับหน้าหลัก)
สแกนบาร์โค้ดไม่ติดตรวจสอบว่าอนุญาตสิทธิ์กล้องให้แอปแล้ว และลองเปิดไฟฉายหากแสงไม่พอ
ไม่ได้รับการแจ้งเตือนประจำวันนอกแอปตรวจสอบหัวข้อ 11.1 ว่าเปิดสวิตช์แจ้งเตือนไว้หรือไม่ และตรวจสอบว่าระบบปฏิบัติการของเครื่องไม่ได้ปิดกั้นการแจ้งเตือนของแอปนี้ไว้
ส่งออก PDF/CSV แล้วไม่มีตัวเลือกแอปให้แชร์ตรวจสอบว่าเครื่องมีแอปที่รองรับการรับไฟล์ประเภทนั้น (เช่น อีเมล, Google Drive) ติดตั้งอยู่
← เลื่อนดูตารางเพิ่มเติม →

หากปัญหายังไม่หายหลังลองวิธีข้างต้น ใช้ฟังก์ชัน "แนะนำฟีเจอร์" ในหน้าตั้งค่าเพื่อติดต่อทีมพัฒนา หรืออีเมลมาที่ scp.plus.softwarehouse@gmail.com

16. ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล

RestoHub ไม่เก็บ ไม่ส่ง และไม่แชร์ข้อมูลของคุณไปที่ใดเลย ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในเครื่องของคุณเท่านั้น ไม่มีระบบบัญชีผู้ใช้ ไม่มีการเก็บสถิติการใช้งาน ไม่มีโฆษณา รายละเอียดฉบับเต็มอ่านได้ที่นโยบายความเป็นส่วนตัว

สารบัญ